“เอาของในกระเป๋าออกมาวางบนตู้ก่อนสิ เดี๋ยวฉันให้ช่างประเมินดูว่ามีของดีอะไรอีกบ้าง”
ร้านของเก่ามีกฎว่า ของต้องไม่ส่งต่อจากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ของตกเสียหาย แล้วเกิดปัญหาแบ่งความรับผิดชอบกันไม่ได้
หวังอวี่เยี่ยนกวักมือเรียก ช่างประเมินอาวุโสผมขาวโพลน สวมถุงมือสีขาวคนหนึ่งก็เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์
“คุณหนู มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ!”
“ช่วยดูเหรียญเสียนเฟิงจ้งเป่าบนกระบี่เงินนี่หน่อย ว่าฉันตาถึงหรือเปล่า”
ช่างประเมินอาวุโสหยิบกระบี่เงินขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ถอดเหรียญเสียนเฟิงจ้งเป่าออกอย่างระมัดระวัง
เขาชั่งน้ำหนักคร่าว ๆ ก่อนหยิบแว่นขยายสำหรับมืออาชีพออกมา แล้วเพ่งดูใกล้ ๆ อย่างละเอียด
เขาตรวจดูอย่างถี่ถ้วน ไล่ตั้งแต่ขอบเหรียญ ตัวอักษร ไปจนถึงด้านหน้าและด้านหลัง ทีละนิ้ว
“คุณหนู ถูกต้องครับ นี่เป็นเหรียญเสียนเฟิงจ้งเป่าของแท้จริง ๆ สายตาของคุณหนูดีเหมือนเคยเลยครับ”
ระหว่างประเมินของ ช่างอาวุโสก็ยังไม่ลืมประจบเจ้านายนิดหน่อย
“เหรียญเก่าสภาพดีแบบนี้เหลืออยู่ในตลาดน้อยมาก ผมทำงานในวงการนี้มา 30 ปี ยังไม่เคยเห็นของแท้กี่เหรียญเลยครับ วันนี้คุณหนูได้ของดีเข้าแล้วจริง ๆ”
ช่างประเมินอาวุโสเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
“ไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นหนุ่มหล่อคนนี้ต่างหากที่ได้ของดี”
หวังอวี่เยี่ยนชี้ไปทางเย่เทียน ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
“ช่วยดูของสองชิ้นนี้ด้วย” เย่เทียนชี้ไปยังหนังสือบทกวีสำหรับเด็กสามร้อยบทกับกล่องสมบัติเคลือบลงยาโส่วชุนเฉียนหลงที่เขาหยิบออกมาจากกระเป๋าเป้
“น้องชาย ยกโทษให้ตาเฒ่าคนนี้ด้วยที่สายตาไม่ดี หนังสือเล่มนี้ก็เป็นแค่หนังสือบทกวีสำหรับเด็กสามร้อยบทธรรมดา ๆ ไม่มีราคาอะไรหรอก”
ช่างประเมินอาวุโสพลิกดูอย่างละเอียดแล้วส่ายหน้า ก่อนบอกผลการประเมิน
จังหวะนั้นเอง มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอกพอดี
