เย่เทียนเอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “เดี๋ยวก่อน พวกนายลืมอะไรไปหรือเปล่า? พนันกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ ถึงเวลาทำตามสัญญาแล้วนะ”
อู๋เหรินเจี๋ยไม่พูดพร่ำทำเพลง คุกเข่าลงตรงหน้าเย่เทียนดังตุบ “ท่านหมอเทวดาเย่ ผมขอโขกหัวให้แล้ว
เมื่อกี้ผมตาถั่ว ไม่รู้เลยว่าคุณเป็นผู้สืบทอดวิชาเข็มคืนชีพพลิกหยินหยาง
ผมยังเยาะเย้ยถากถางคุณอีก ผมรู้แล้วว่าผิด ขอท่านหมอเทวดาเย่ยกโทษให้ด้วย!”
อู๋เหรินเจี๋ยโขกศีรษะลงพื้นเสียงดังปึงปัง สีหน้าเปี่ยมด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง
บรรดาหมอและคนตระกูลมู่หรงที่อยู่รอบ ๆ ต่างพากันตะลึง
นี่ใช่อู๋เหรินเจี๋ย ผู้อำนวยการอู๋ ผู้ชอบเชิดหน้ามองคนอื่นและเป็นหมอเทวดาฝีมือสูงสุดในเจียงเฉิงจริงหรือ?
เขายอมรับความพ่ายแพ้ คุกเข่าโขกหัวขอโทษอย่างนอบน้อมก็ว่าเหลือเชื่อแล้ว ทำไมยังทำหน้าเลื่อมใสขนาดนั้นอีก? หรือสมองมีปัญหาไปแล้ว?
“ผู้อำนวยการอู๋ ลุกขึ้นเถอะ พอแล้วล่ะ
ต่อไปก็ฝึกฝนให้มากหน่อย ฝีมือการแพทย์ยังไม่ดีพอก็ลองหาสาเหตุจากตัวเองดู
เพราะคนไข้ทุกคนต่างก็เป็นชีวิตที่มีลมหายใจ!”
ในเมื่ออู๋เหรินเจี๋ยยอมรับผิดด้วยใจจริง เย่เทียนก็ไม่คิดจะหาเรื่องเขาอีก อย่างไรเสียทั้งคู่ก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน
“หมอเทวดาเย่พูดถูก ต่อไปผมจะพัฒนาฝีมือการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น
หวังว่าจะมีโอกาสได้ขอคำแนะนำจากหมอเทวดาเย่บ้าง”
อู๋เหรินเจี๋ยหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างสุภาพ แล้วเพิ่มช่องทางติดต่อของเย่เทียน
ท่าทางนอบน้อมราวกับได้พบกับบรรพบุรุษ
“มู่หรงฉี่หมิง มู่หรงเชียนเชียน ตู้เหวินซิ่ว พวกคุณสามคนจะทำตามสัญญาเอง หรือให้ฉันช่วย?”
