“เด็กคนนี้ ทำไมกลับมาดึกขนาดนี้ ไม่รู้หรือไงว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง” หลิวกุ้ยฟางเห็นสือเป่าเจินก็ขอบตาแดงก่ำ รีบเดินเข้าไปสำรวจลูกสาวสุดที่รักด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
สือจื้อเจี้ยนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นว่าสือเป่าเจินไม่เป็นอะไรแล้ว จึงสังเกตเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเธอ
“คนนี้คือเสี่ยวโจวใช่ไหม” สือจื้อเจี้ยนถาม
โจวจี้หลี่ชะเง้อมองเข้าไปในบ้านอยู่นาน แต่ก็ไม่เห็นคนที่เขาหวังจะพบ พอได้ยินสือจื้อเจี้ยนถามขึ้นกะทันหัน ความเมาก็สร่างลงเล็กน้อย เขารีบละสายตาจากในบ้านแล้วกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “สวัสดีครับคุณลุง ผมโจวจี้หลี่ครับ”
ทว่ากลิ่นเหล้าที่คลุ้งอยู่บนตัว แววตาพร่ามัว และแก้มแดงระเรื่อ ล้วนแสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งดื่มมาไม่น้อย
ความประทับใจที่สือจื้อเจี้ยนกับหลิวกุ้ยฟางมีต่อโจวจี้หลี่ลดฮวบลงทันที
ดึกดื่นป่านนี้ ยังพาลูกสาวสุดที่รักของพวกเขาไปดื่มเหล้าอีกหรือ
เป็นถึงครูบาอาจารย์ แต่ต่างอะไรกับพวกอันธพาลล่ะ
โจวจี้หลี่สังเกตเห็นสีหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสองที่เย็นชาลง และรู้ตัวว่าการกระทำของตนไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
แต่ระหว่างทางมาที่นี่ จู่ ๆ เขาก็คิดอยากฉวยโอกาสอ้างว่ามาส่งสือเป่าเจิน เพื่อจะได้พบสือเซี่ยสักครั้ง แม้เขาจะรู้ความจริงจากปากแม่ของสือเซี่ยแล้ว แต่เขาชอบเธอมาตั้งหลายปี จะให้ยอมแพ้ง่าย ๆ ได้อย่างไร
เดิมทีเขาตั้งใจจะเรียกสือเซี่ยออกมาคุย แต่พอหันไปสบตากับแววตาเปี่ยมความรู้สึกของสือเป่าเจิน คำพูดที่เตรียมไว้ก็ถูกกลืนกลับลงคอ
“ผมส่งคุณสหายเป่าเจินถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” โจวจี้หลี่พยักหน้าให้คนในตระกูลสือ ก่อนจะเหลือบมองเข้าไปในบ้านอีกครั้ง
