ชั่วขณะนั้น สมองของสือเซี่ยว่างเปล่าไปชั่วครู่
ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอรู้ว่าสักวันหนึ่งย่อมต้องพบกับโจวจี้หลี่อีกครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
สือเซี่ยกำผ้าขนหนูในมือแน่นขึ้น พลันนึกถึงช่วงเวลาที่ถูกโจวจี้หลี่และคนในตระกูลโจวทรมาน
พูดไปแล้ว ตอนแรกเธอรู้สึกขอบคุณโจวจี้หลี่มาก
เธอเคยได้ยินคนพูดว่า ชีวิตที่ต้องไปชนบทนั้นลำบาก โดยเฉพาะผู้หญิง เธออยากอยู่ในเมือง แต่จนใจที่ไม่มีงานทำ
ตอนที่คณะกรรมการชุมชนเร่งรัดเธอหลายครั้ง จนเธอกำลังจะเก็บข้าวของเตรียมไปชนบท โจวจี้หลี่ก็มาพร้อมแม่สื่อและบอกว่าอยากแต่งงานกับเธอ
โจวจี้หลี่เป็นรุ่นพี่มัธยมปลายโรงเรียนเดียวกับเธอ เคยกล่าวสุนทรพจน์ใต้ธงชาติ ในสายตาของผู้คนมากมาย เขาเป็นชายหนุ่มสุขุมอ่อนโยน เปี่ยมสง่างามมั่นคงดุจต้นสนต้นไป๋
ดังนั้น ไม่นานหลังจากโจวจี้หลี่มาสู่ขอ สือเซี่ยซึ่งไม่มีทางเลือกอื่นจึงตอบตกลงกับการแต่งงานครั้งนี้
โจวจี้หลี่ไม่ได้มีเงินมากนัก แต่ตอนนั้นสือเซี่ยไม่ใส่ใจ เพราะโจวจี้หลี่ดีกับเธอจริง ๆ ทั้งพูดจาอ่อนโยนและเอาใจใส่เป็นที่สุด นั่นคือความอบอุ่นที่เธอไม่เคยสัมผัสมาตลอดสิบกว่าปี เธอจึงทะนุถนอมมันมาก
แต่เมื่อเวลาผ่านไป สือเซี่ยก็ค้นพบว่าโจวจี้หลี่ไม่ได้ดีเหมือนตอนเพิ่งแต่งงาน ความดีของเขามีเงื่อนไข เธอสำคัญเป็นลำดับท้าย ๆ ในบรรดาคนทั้งตระกูลโจว ทุกครั้งที่ถูกแม่สามีและพี่สาวสามีหาเรื่อง เขาจะกอดเธอไว้แล้วพูดเสียงอ่อนโยนว่าแม่กับพี่สาวของเขาลำบากเพียงใด หวังให้เธอยอมพวกนางบ้าง
อีกอย่างที่เธอทนไม่ไหวก็คือเรื่องบนเตียง
