ป้าหวังมองคู่สามีภรรยาหนุ่มสาวที่ดูมีความสุข พลันนึกถึงสือเซี่ยตอนเด็กขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ตอนนั้นสือเซี่ยอายุเพียงห้าหกขวบ ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว เด็กตัวเล็กผอมบางสวมเสื้อผ้าชั้นเดียวที่บางเฉียบและเต็มไปด้วยรอยปะ รองเท้าก็สึกจนเป็นรู มองเห็นนิ้วเท้าที่ขดอยู่ข้างในได้ราง ๆ
เธอแบกฟืนมัดหนึ่งไว้บนหลัง ทุกย่างก้าวเซซัด ราวกับวินาทีต่อไปจะล้มลง
สือเซี่ยตัวน้อยดูเหมือนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองอยู่ในสภาพน่าเวทนาเพียงใด เมื่อเห็นพวกเพื่อนบ้านที่จ้องมองเธอ ใบหน้าอ่อนเยาว์ก็เผยรอยยิ้มงดงาม “ป้าคะ ที่บ้านป้าเก็บฟืนไว้หรือยังคะ? แม่บอกว่าใกล้จะหิมะตกแล้ว ต้องเก็บฟืนเพิ่มก่อนหิมะจะโปรยลงมา ฟืนที่บ้านป้าพอเผาไหมคะ? ถ้าไม่พอ หนูแบ่งให้ได้นะคะ”
ป้าหวังน้ำตาร่วงทันที ไหลพรั่งพรูราวกับลูกปัดที่สายขาด ก่อนจะเดินเข้าไปรับฟืนจากสือเซี่ย
แม้บ้านตัวเองจะมีลูกหลายคน มีปากท้องต้องเลี้ยงดูมากมาย เธอก็ยังพาสือเซี่ยกลับไปอยู่ที่บ้านหลายวัน
แต่เด็กคนนี้อย่างไรก็ยังแซ่สือ ไม่กี่วันต่อมาสองสามีภรรยาตระกูลสือก็มารับสือเซี่ยกลับไป ไม่ใช่เพราะคิดถึงลูก แต่เพราะไม่มีใครทำงานบ้าน
เรื่องในบ้านคนอื่น ท้ายที่สุดเธอก็เข้าไปก้าวก่ายไม่ได้
แต่สือเซี่ยเป็นเด็กมีน้ำใจ รู้ว่าป้าหวังดีกับเธอ แม้ป้าหวังจะปฏิเสธหลายครั้ง สือเซี่ยก็ยังแอบช่วยเก็บฟืนและขนถ่านอัดก้อนอยู่เสมอ
พอถูกจับได้คาหนังคาเขา สือเซี่ยก็เพียงเงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมายิ้ม “ป้าคะ คุณตาสอนความรู้ให้หนู ให้หนูอ่านตำรายาดี ๆ ส่วนป้าก็ทำอาหารอร่อย ๆ ให้หนูกิน ให้หนูนอนบนเตียงนุ่ม ๆ หนูจำได้หมดเลยค่ะ แม่บอกว่าเป็นคนต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณ”
