สือเซี่ยไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย คำพูดพวกนี้สือเป่าเจินกับหลิวกุ้ยฟางเป็นคนพูดเองกับปาก
ลูกชายคนเล็กของหม่าชุ่ยยวนอายุไล่เลี่ยกับสือเป่าเจินและสือเซี่ย ตอนเด็กหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ยิ่งโตยิ่งขี้เหร่ ฟันยื่นจนเป็นฟันเหยิน แถมไม่แปรงฟันอยู่หลายวัน ใบหน้ายังเต็มไปด้วยกระ
ตั้งแต่เด็กเขาก็เป็นลูกไล่ของสือเป่าเจิน พอโตขึ้นก็หลงชอบสือเป่าเจิน
เพราะเรื่องนี้ หม่าชุ่ยยวนเคยเอ่ยกับหลิวกุ้ยฟางเรื่องผูกดองกัน แต่ถูกหลิวกุ้ยฟางปฏิเสธ ตอนนั้นหลิวกุ้ยฟางบอกว่าลูกสาวของนางถูกตามใจจนเสียคน แยกแยะธัญพืชไม่ออก ทั้งยังไม่ทำงานทำการ ทั้งคู่ไม่เหมาะสมกัน
หม่าชุ่ยยวนคิดดูแล้วก็เห็นด้วย แต่งสะใภ้เข้าบ้าน ไม่ใช่แต่งบรรพบุรุษมาให้บูชา พอนึกถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของสือเป่าเจินที่สูงลิ่ว เรื่องนี้ก็เลยจบลง ลูก ๆ ของทั้งสองบ้านต่างก็ไปดูตัวหาคู่กันเอง
แต่ความจริงแล้ว หลิวกุ้ยฟางกับสือเป่าเจินไม่เคยเห็นลูกชายของหม่าชุ่ยยวนอยู่ในสายตา แถมยังพูดลับหลังว่าเขาเป็นคางคกหน้ากระ ฟันเหยินเหลือง
สือเซี่ยแค่ถ่ายทอดความจริงให้หม่าชุ่ยยวนฟังเท่านั้น
หม่าชุ่ยยวนโกรธจนใบหน้ากระตุก หันไปถามสือเป่าเจินว่า “ที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
สือเป่าเจินโบกมือปฏิเสธรัว ๆ “ไม่จริง! สือเซี่ยจงใจยุแยงให้เราแตกคอกัน!”
แม้สือเป่าเจินจะปฏิเสธ แต่เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยถูกหว่านลงไปแล้ว ก็ย่อมงอกเงยขึ้นมาในทันที
อีกอย่าง หม่าชุ่ยยวนก็ไม่ใช่คนโง่ สีหน้าของสือเป่าเจินเห็นชัดว่ากำลังหวาดกลัวที่ถูกเปิดโปง ใบหน้าแดงก่ำ แสดงว่าสิ่งที่สือเซี่ยพูดมีโอกาสเป็นเรื่องจริงสูงมาก
