สือเป่าเจินรู้มาตลอดว่าสามีคนแรกของเธอมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเย็นชา
แต่ชาติก่อนทั้งสองแทบไม่มีโอกาสพบหน้ากัน พอเวลาผ่านไปนานเข้า เธอก็ลืมไปแล้วว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร วันนี้พอได้พบกันอีกครั้ง เธอก็ยังใจเต้นแรงเพราะความหล่อเหลาของชายหนุ่มที่อยู่ไม่ไกล ใบหน้าพลันแดงระเรื่อ
ดวงตาดำขลับของชายหนุ่มกวาดมองสือเป่าเจินอย่างเรียบเฉย แววตาคมกริบและเย็นชา “คุณเป็นใคร?”
สายตาของเขาเฉียบคม เพียงมองแวบเดียวก็เห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ามองเขาด้วยแววตาที่ไม่เหมือนคนทั่วไป
แววตาแบบเดียวกับที่สือเซี่ย พี่สาวของเพื่อนร่วมรบ มองเขาในครั้งแรกที่พบกัน
สือเป่าเจินถูกเขามองจนทำอะไรไม่ถูก ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าชาตินี้เธอยังไม่เคยพบหยันลี่ จึงอยากสร้างความประทับใจที่ดีให้เขา เลยแนะนำตัวว่า “ฉันชื่อสือเป่าเจิน คุณเรียกฉันว่าเป่าเจินก็ได้”
ในยุคนี้ชายหญิงต่างวางตัวมีระยะห่าง คนที่ไม่ค่อยสนิทกันมักเรียกกันว่า “สหาย” การแนะนำตัวของสือเป่าเจินในการพบกันครั้งแรกจึงดูสนิทสนมเกินไปอยู่บ้าง
สือเป่าเจินแซ่เดียวกับสือเซี่ย แถมยังมาปรากฏตัวอยู่หน้าบ้านตระกูลสือ หยันลี่จึงพอเดาได้ว่าเธอเป็นใคร
แต่พบกันครั้งแรก มีหญิงสาวที่ไหนจะบอกให้พี่เขยหรือน้องเขยในอนาคตเรียกชื่อเล่นของตัวเอง? แค่มองก็รู้ว่าเจตนาไม่บริสุทธิ์ หยันลี่จึงไม่มีอารมณ์จะสนใจเธอ
เขาแค่นเสียงเย็นชา “ไม่ต้องมาตีสนิท”
สือเป่าเจินถูกคำพูดนั้นเล่นเอาพูดไม่ออก รอยยิ้มแข็งค้างบนใบหน้า มือกำชายกระโปรงแน่น พลันนึกถึงชีวิตก่อนที่แสนอัปยศของตัวเอง
ชาติก่อนเธอแต่งงานกับหยันลี่ เขาก็มีท่าทีแบบนี้ เธอเคยต้องทนความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ที่ไหนกัน? ถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
