รอยที่ถูกกรรไกรตัดบนเสื้อผ้าไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อไร ชุดแต่งงานที่เดิมหลวมโพรกกลับเย็บเก็บชายอย่างประณีต เผยให้เห็นรูปร่างงดงามของหญิงสาว
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดลงบนร่างเธอ ยิ่งขับให้ผิวขาวราวหิมะ ดูน่ารักน่าเอ็นดู
ริมฝีปากอวบอิ่มแต้มสีแดง ทำให้เธอดูเย้ายวนและมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก จนใครเห็นก็ละสายตาไม่ได้
“เจ้าสาวสวยจังเลยค่ะ!”
“เหมาะกันมากเลย!”
สือเป่าเจินเบิกตากว้าง กวาดตามองชุดของสือเซี่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามหาร่องรอยจากรอยกรรไกรที่เธอตัดไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่พบอะไรเลย
เป็นไปได้ยังไงกัน?
เธอตัดเสื้อผ้าทุกชุดไปแล้วนี่ หรือว่าจะมีชุดไหนที่เธอลืมตัด?
สือเป่าเจินมองคนทั้งสองที่ยืนเคียงกัน โมโหจนกระทืบเท้า
“โอ๊ย เป่าเจินเป็นอะไรไปล่ะ เห็นพี่สาวได้แต่งงานดีขนาดนี้ ดีใจจนกระทืบเท้าเลยหรือไง!” ป้าหวังจับตาดูสือเป่าเจินมาตั้งแต่เช้า เห็นปฏิกิริยาของเธอทุกอย่าง จึงยิ่งมั่นใจว่าชุดของสือเซี่ยต้องเป็นฝีมือสือเป่าเจินที่ตัดจนพังแน่!
ทุกคนหันไปมองสือเป่าเจินตามเสียงนั้น เมื่อถูกคนมากมายจ้องมอง เธอจึงได้แต่ฝืนยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นเหมือนกำลังร้องไห้ ดูน่าเกลียดอย่างยิ่ง ป้าหวังเห็นแล้วก็รู้สึกสะใจสุด ๆ
สายตาของสือเป่าเจินตามสือเซี่ยไปจนถึงรถจี๊ป เธอปลอบใจตัวเองในใจว่า
สือเซี่ยก็แค่ได้ใจอยู่ชั่วคราวเท่านั้น รอให้หยันลี่ทิ้งเธอไปปฏิบัติภารกิจในคืนเข้าหอ ปล่อยให้เธอเฝ้าห้องหอเพียงลำพัง ดูสิว่าเธอจะยังยิ้มออกไหม
ไม่เพียงเท่านั้น ช่วงครึ่งปีหลังหยันลี่จะต้องเสียชีวิตในภารกิจครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าพอสือเซี่ยต้องเป็นแม่ม่ายแล้ว จะยังยิ้มสดใสเหมือนตอนนี้ได้อีกหรือเปล่า
