เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อ มือของหยันลี่ก็สั่นจนแก้วล้มคว่ำบนโต๊ะ น้ำหกเปียกไปทั้งตัว
ใบหูของหยันลี่แดงก่ำ เขารีบลนลานเก็บกวาด
มือยังขยับไม่หยุด แต่ในหัวกลับมีภาพใบหน้าของสือเซี่ยผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งความรู้สึกชาวาบไปทั่วหนังศีรษะตอนที่เธอสัมผัสตัวเขาเมื่อครู่
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอราวกับยังอบอวลอยู่รอบกาย ปัดเท่าไรก็ไม่จางหาย
หยันกั๋วอันขึ้นชั้นบนไปแล้ว เหลือเพียงหยันลี่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร
หยันลี่ไม่ค่อยหงุดหงิดแบบนี้ เขาหยิบซองบุหรี่ของหยันกั๋วอันจากโต๊ะในห้องรับแขก ควักบุหรี่ออกมาคาบไว้ แล้วก้มหน้าจุดไฟ แสงไฟวูบไหวส่องบนใบหน้าคมคายของเขา
เขาไม่ค่อยสูบบุหรี่ แต่ความรู้สึกที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ในวันนี้กลับไม่อาจสลัดออกไปจากหัวได้เลย
เขานอนไม่หลับ และไม่อยากกลับเข้าห้องไปเปิดเผยความปรารถนาอันต่ำช้าของตัวเอง จึงออกไปนั่งเหม่อบนเก้าอี้ไม้หน้าบ้าน
จนกระทั่งความเย็นของค่ำคืนในฤดูร้อนทำให้เขาสงบลงได้อย่างสิ้นเชิง เขาถึงกลับเข้าไปในบ้าน
*
คืนนั้นสือเซี่ยหลับสบายเป็นที่สุด
เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ที่ข้างกายว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเรียบร้อยเหมือนก้อนเต้าหู้
บนผ้าห่มมีธนบัตรใบใหญ่วางอยู่ห้าใบกับกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่น
สือเซี่ยหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมา เห็นตัวอักษรสามตัวเขียนไว้อย่างหนักแน่นว่า “เงินค่าขนม”
สือเซี่ยยิ้มหน้าบาน ยัดเงินใส่กระเป๋า
เจ้านายคนนี้ดีจริง ๆ วันแรกก็จ่ายเงินให้แล้ว
สือเซี่ยอารมณ์ดีจนฮัมเพลงออกมา หลังแต่งตัวเรียบร้อยก็เดินออกจากห้อง พอดีกับที่เห็นชิวยู่เหมย์กำลังขึ้นบันไดมา
“เซี่ยเซี่ย ตื่นแล้วเหรอลูก ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะ” ชิวยู่เหมย์มองลูกสะใภ้ด้วยความเอ็นดู
