“เซี่ยเซี่ย ซื้อของกระป๋องไปทำอะไรหรือ” พี่สาวพนักงานขายถามอย่างระแวดระวังเล็กน้อย
คนในลานห้างค้าปลีกพวกนี้เห็นสือเซี่ยเติบโตมาตั้งแต่เด็ก พวกเขารู้ว่าเด็กคนนี้ใช้ชีวิตลำบาก พ่อแม่ลำเอียง ตอนเด็กคนอื่น ๆ ในลานยังฉี่รดที่นอนอยู่ เธอก็ต้องเข้าป่าใกล้ ๆ ไปเก็บฟืนแบกกลับบ้าน ก่อไฟทำกับข้าว หอบก้อนถ่านหินแล้ว
ลูกสาวคนเล็กของตระกูลสืออย่างสือเป่าเจินได้เสื้อผ้าใหม่ไตรมาสละชุด แต่สือเซี่ยตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้แต่ใส่เสื้อผ้าเก่าที่คนอื่นไม่ใช้แล้ว...เรื่องหลายอย่างเพื่อนบ้านต่างก็เห็นกันเต็มตา
เธอจำได้ว่ามีปีหนึ่งในฤดูร้อน เด็กสองคนของตระกูลสือตามสือจื้อเจี้ยนกับหลิวกุ้ยฟางมาซื้อของที่ห้างค้าปลีก สือเป่าเจินอยากได้อะไรก็ได้ซื้อหมด ทั้งขนมไข่ ลูกอมมอลต์ กระป๋องผลไม้ในน้ำเชื่อม ไอศกรีมแท่ง...ของเยอะจนถือไม่ไหว
สองสามีภรรยาคู่นั้นไม่เคยถามสือเซี่ยสักคำว่าอยากกินอะไร เธอถึงตอนนี้ก็ยังจำได้ว่า ตอนนั้นสือเซี่ยยังเด็ก ผอมแห้งเหงื่อท่วมหน้า เม้มปากมองไอศกรีมแท่งที่เย็นจนมีไอเกาะในมือสือเป่าเจินตาละห้อย แล้วกลืนน้ำลายลงคอ
หลิวกุ้ยฟางเห็นเข้า แต่ก็แค่จิ้มหัวสือเซี่ยแล้วบอกว่าเป็นเด็กตะกละ จากนั้นก็ให้ช่วยน้องสาวถือของ
เมื่อคืนเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก ทำให้เธอยิ่งสงสารหญิงสาวตรงหน้า
สองสามีภรรยาตระกูลสือปฏิบัติต่อสือเซี่ยแย่ถึงขนาดนี้ แต่เด็กคนนี้ยังอยากซื้อของกระป๋องให้สือจื้อเจี้ยนกิน เธอทำใจไม่ได้จริง ๆ
เอาของกระป๋องไปให้หมาจรจัดกิน หมาจรจัดยังรู้จักกระดิกหางให้คนเลย!
สือเซี่ยรับรู้ได้ถึงความหวังดีของอีกฝ่าย จึงยิ้มให้ “พี่คะ ของกระป๋องนี่ไม่ได้ซื้อให้พ่อฉันค่ะ ฉันจะเอาไปให้คนอื่น”
