หมอกยามเช้าเพิ่งจางหาย แสงสีทองอ่อน ๆ ก็แผ่คลุมผิวน้ำเป็นชั้นบาง
หลีโอบสตรีน้อยแล้วพาดำลงไปใต้น้ำ
สายน้ำที่สงบนิ่งมาตลอดคืนเย็นอยู่บ้าง
พอเหยียนเยว่ลงน้ำก็สะท้านขึ้นมาทันที
แต่เธอไม่กล้าพูดออกมา
เธอคิดว่าช่วงนี้ควรเงียบไว้ก่อนดีกว่า
ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าจะเผลอไปล่วงเกินเงือกตนไหนเข้า แล้วถูกจับแขวนไว้บนต้นไม้อีกเมื่อไร
ไม่สิ
ต่อไปหลีคงไม่จับเธอแขวนบนต้นไม้แล้ว
ถ้าเขาโมโหขึ้นมาอีก คงโยนเธอลงแม่น้ำแทน
เหยียนเยว่ไม่เป็นว่ายน้ำ
นอกจากแช่น้ำในอ่างแล้ว เธอไม่เคยลองทำกิจกรรมเสี่ยงอันตรายอะไรที่เกี่ยวกับน้ำมาก่อน
เพราะอย่างนั้น ความรู้สึกตอนลงน้ำในครั้งนี้จึงทั้งแปลกใหม่และตื่นเต้น
จนกระทั่งหลีพาเธอว่ายลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เหยียนเยว่ถึงเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมานิดหน่อย
ทำไมแม่น้ำนี้ถึงลึกขนาดนี้นะ?
ข้างในจะมีงูน้ำ ปลิงน้ำ หรือสัตว์น้ำดุร้ายน่ากลัวอะไรอยู่หรือเปล่า
ความกลัวสิ่งที่ไม่รู้นี่แหละ น่ากลัวที่สุดแล้ว
เหยียนเยว่ยิ่งเกาะเขาแน่นขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง
หลีโอบเธอไว้ด้วยแขนข้างเดียว ระหว่างว่ายก็พยายามให้ร่างกายของสตรีน้อยส่วนที่อยู่เหนือหน้าอกพ้นน้ำอยู่ตลอด
อสูรบนบกหลายตนว่ายน้ำไม่เป็น ดูจากแขนทั้งสองข้างที่เธอเกาะเขาไว้แน่นแล้ว คงเดาได้ว่าเธอก็ว่ายน้ำไม่เป็นเหมือนกัน
เมื่อมาถึงกลางแม่น้ำ
หลีถึงสังเกตว่าร่างกายของสตรีน้อยเริ่มเย็น เขาค่อย ๆ คลายมือ ปล่อยให้เธอเลื่อนไปนอนบนหางของตัวเอง
“อ๊า!”
เหยียนเยว่กรีดร้อง “ช่วยด้วย!”
เธอตะเกียกตะกายไปตามสัญชาตญาณอยู่สองสามที ก่อนจะพบว่าหางของเขารองรับร่างเธอไว้อย่างมั่นคงแล้ว
