เสวี่ยประคองนางกลับไปนั่งข้างกองไฟอีกครั้ง
คราวนี้พวกเขาหาหินมาได้หลายก้อน นั่งได้สบายเหลือเฟือ
เหยียนเยว่เสนอว่า “จริง ๆ แล้วพวกเราทำโต๊ะกับเก้าอี้สักชุดได้นะ ถ้ากลัวว่าไม่แข็งแรงก็ใช้หินทำ พอจะออกเดินทางค่อยเก็บเข้าที่ แบบนี้คราวหน้าไปถึงถ้ำใหม่ก็ไม่ต้องคอยหาหินอีก”
ต้องบอกเลยว่ามิติเก็บของสะดวกมากจริง ๆ
ขอแค่ใส่เข้าไปได้ น้ำหนักของสิ่งของก็แทบไม่ต้องใส่ใจ
“ก่อนหน้านี้พวกเจ้าไม่เคยนึกถึงวิธีนี้หรือ?”
ดูท่าวันเวลาที่ยากลำบากของพวกสัตว์อสูรพเนจร ส่วนใหญ่คงเป็นสิ่งที่พวกเขาทำให้ตัวเองเสียมากกว่า
ถ้าตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีเสียหน่อย ไม่ว่ายังไงก็ไม่น่าจะลำบากเกินไปนัก
เสวี่ยเงยหน้าขึ้น ใบหน้ายิ้มเขินอายเต็มไปด้วยความเห็นด้วยกับนาง
มั่วเจ๋อพูดอย่างเอ็นดูว่า “ได้สิ เยว่เยว่อยากได้แบบไหน พวกเราทำให้เดี๋ยวนี้เลย”
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ เพราะล้วนเป็นบุรุษ เวลาพักก็แค่หาที่สบาย ๆ แล้วทิ้งตัวลงนอน แม้แต่การก่อไฟก็ยังทำไม่บ่อยนัก
เหยียนเยว่หยิบไม้เขี่ยไฟขึ้นมา แล้วคลำวาดรูปโต๊ะหินที่ต้องการลงบนพื้น
“เอาแบบกลม ๆ ไม่มีเหลี่ยมนะ เก้าอี้ก็ทำทรงกลมด้วย แต่ตอนทำต้องระวังความสูงของโต๊ะกับเก้าอี้ อย่าให้ต่างกันมากเกินไป”
เหยียนเยว่เองก็ไม่รู้ว่าตัวเองวาดออกมาเป็นอย่างไร รู้แค่ว่าโต๊ะเป็นวงกลม ส่วนเก้าอี้เป็นทรงกระบอก
ต่อไปนางจะได้นั่งกินข้าวที่โต๊ะ ไม่ต้องให้พวกเขาถือชามป้อนอีก
