“ลำเอียงตรงไหนกัน เห็น ๆ อยู่ว่าเจ้าจงใจหาเรื่อง”
ตอนนี้เหยียนเยว่กล้าเถียงพวกเขากลับบ้างแล้ว อย่างไรเสียมีเรื่องขุ่นข้องใจก็ห้ามเก็บกดไว้
อยู่ด้วยกันได้ก็อยู่ต่อ อยู่ไม่ได้ก็...
“เจ้าเป็นเจ้าแม่ประจำกลุ่มของพวกเราแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความสงบสุขในครอบครัว ท่าทีที่เจ้ามีต่อพวกเขากับที่มีต่อข้าไม่เหมือนกัน นี่แหละคือลำเอียง”
หลีรู้ตัวแล้ว
เหยียนเยว่ว่านอนสอนง่ายต่อหน้าเสี่ยวเหิง แต่ทำตัวตามสบายต่อหน้ามั่วเจ๋อ และยังคุยกับซิงหยวนได้อย่างถูกคอ ส่วนฉือจิ้นไม่ต้องพูดถึง วัน ๆ เอาแต่คลอเคลียอยู่ข้างกายนาง พูดคุยหัวเราะด้วยกันตลอด
มีเพียงตอนอยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น ที่นางไม่เคยเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน
ก่อนหน้านี้เหยียนเยว่ก็ไม่คุยกับเสวี่ยเหมือนกัน
ตอนนั้นหลียังหลอกตัวเองได้ว่านางแค่ไม่คุ้นเคยกับอสูรเผ่าวารี
สตรีบนบกหลายคนไม่ยอมเข้าใกล้อสูรเผ่าวารีก่อน
เพราะพวกเขาขาดน้ำไม่ได้ จึงไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนพวกนางได้ตลอดเวลาเหมือนอสูรบนบก นี่เป็นข้อจำกัดที่เผ่าพันธุ์มอบให้พวกเขา และเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ตั้งแต่เกิด
มารดาของเขาเคยลำเอียงและทารุณสามีอสูรเผ่าวารีอยู่เสมอ เพียงเพื่อเอาใจอสูรตัวผู้บนบกหลายตน
ตอนนั้นหลีโกรธมาก เหตุใดสตรีเผ่าวารีของพวกเขาถึงเลือกอสูรบนบกกันหมด
เขาคิดว่านางจะแตกต่างออกไป
แต่เมื่อครู่นางกับเสวี่ยหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข ทั้งยังกอดกันแนบชิด
หลีถึงได้เข้าใจว่านางแตกต่างจริง ๆ
นางไม่ได้เกลียดอสูรเผ่าวารี เพียงแต่เกลียดเขาคนเดียว
การค้นพบนี้ทำให้เขายิ่งโกรธ
“มีตรงไหนไม่เหมือนกัน นั่นเป็นแค่เจ้าคิดไปเอง ข้าปฏิบัติต่ออสูรทุกตนอย่างเท่าเทียม พวกเจ้าปฏิบัติต่อข้าอย่างไร ข้าก็ปฏิบัติต่อพวกเจ้าอย่างนั้น ถ้าไม่พอใจท่าทีของข้า ทำไมไม่ลองทบทวนตัวเองดูล่ะ”
