หลังจากเหยียนเยว่พูดเล่นจนพอใจแล้ว ก็เก็บรอยยิ้มลง “ช่างเถอะ จริง ๆ ข้ากับหลีไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ขอแค่เขาไม่มาหาเรื่องข้า ข้าก็ไม่คิดแก้แค้นเขา”
ยิ่งไปกว่านั้น นางรู้สึกอยู่เสมอว่าที่ซิงหยวนจงใจยุให้นางวางยาในตอนนี้ ก็เหมือนกำลังเหน็บแนมนางอยู่
อย่างไรเสีย ก่อนหน้านี้นางก็เคยมีประวัติวางยามาแล้ว
เหยียนเยว่ได้ยินเสียงมั่วเจ๋อขัดโต๊ะหินอยู่ข้าง ๆ จึงรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดีและยกมือแตะจมูก
“เก็บสมุนไพรพวกนี้ไว้ให้ดีนะ อีกอย่าง ช่วงสองสามวันนี้ช่วยสังเกตบริเวณรอบ ๆ ด้วยว่ามีสมุนไพรอื่นอีกไหม ถ้ามีเวลา ก็พาข้าไปเก็บหน่อย”
ซิงหยวนพยักหน้ารับ
ระหว่างเก็บหญ้าพิษ เขาก็ถามนางว่า “เยว่เยว่ไม่คิดวางยาให้หลีจริง ๆ หรือ?”
“ไม่คิด”
เหยียนเยว่ตอบอย่างหนักแน่น
ยิ่งเขาถามแบบนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่
“เจ้าไม่ได้เกลียดเขาหรือ?”
เหยียนเยว่ปฏิเสธ “ข้าไม่เคยพูดว่าเกลียดเขา เขาคิดไปเองต่างหาก”
“ความเกลียดหรือความชอบไม่ได้เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืนเสียหน่อย ใครใช้ให้เขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แถมอารมณ์เสียเก่งขนาดนั้น สตรีที่ไหนจะชอบลง”
นางไม่ใช่คนคลั่งรัก และก็ไม่ใช่พวกชอบถูกทำร้าย คนปกติที่ไหนจะไปชอบผู้ชายบ้าคลั่งอารมณ์หม่นหมองกัน?
ซิงหยวนยกมุมปากขึ้น แล้วคล้อยตามว่า “นิสัยของหลีแย่เกินไปจริง ๆ สมควรให้บทเรียนสักหน่อย”
เหยียนเยว่เงยหน้าขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
นางไม่รู้ว่าซิงหยวนพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร
“ให้ข้าเป็นคนวางยาเองดีไหม จะได้ช่วยเยว่เยว่สั่งสอนเขา”
ข้อเสนอของซิงหยวนช่างกล้าหาญนัก เหยียนเยว่ส่ายหน้าปฏิเสธ
