แต่เรื่องน่าอัศจรรย์ก็คือ หมัดหนักของมั่วเจ๋อกระแทกพื้นจนเกิดหลุมใหญ่
ส่วนราชาสัตว์ร้ายที่ควรจะถูกทุบจนตายอยู่ก้นหลุม กลับหายวับไปกลางอากาศ
ทุกคนเห็นชัดเจนว่ามันหายไปกลางอากาศ
เสวี่ยหมัยซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำมาตลอด
ทันทีที่ราชาสัตว์ร้ายหายไป เขาก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวใต้ดิน
เจ้าเล่ห์จริง ๆ
เสวี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาหันกลับแล้วพุ่งตามไปในทิศทางหนึ่งทันที
เสี่ยวเหิงบินเข้ามาตรวจดูอาการบาดเจ็บของมั่วเจ๋อ
“ไม่เป็นไร แค่แผลถลอกเล็กน้อย”
เขาใหม่ของราชาสัตว์ร้ายแหลมคมเป็นพิเศษ คราวนี้เกี่ยวจนเนื้อบริเวณแขนข้างหนึ่งของมั่วเจ๋อฉีกขาด
แผลทั้งยาวทั้งลึก มองแล้วน่ากลัวไม่น้อย
แต่ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต สำหรับอสูรเพศชายที่ออกล่าอยู่เป็นประจำ แผลแค่นี้ไม่นับว่าร้ายแรง
“น่าเสียดาย ปล่อยมันหนีไปได้อีกแล้ว”
ฉือจิ้นรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง ถ้าล่าผลึกสัตว์ราชาได้เร็วกว่านี้ ก็จะรักษาดวงตาของเยว่เยว่ได้เร็วขึ้น
“เสวี่ยตามไปแล้ว”
เสี่ยวเหิงกวาดตามองคนในกลุ่ม “ซิงหยวนกับมั่วเจ๋อ พวกเจ้ากลับไปก่อน ฉือจิ้นกับข้าจะไปช่วย”
“ราชาสัตว์ร้ายบาดเจ็บแล้ว ต้องหาให้เจอภายในสองสามวันนี้ ไม่อย่างนั้นคราวหน้าจะจับมันยากกว่าเดิม”
ฉือจิ้นเองก็อยากกลับไปอยู่เป็นเพื่อนสตรีน้อย
แต่เมื่อมองดูพวกเขา คนหนึ่งมีเลือดติดมุมปาก อีกคนถูกสัตว์ร้ายฟันจนแขนเป็นแผลเลือดไหล
เขาอดหงุดหงิดไม่ได้ เมื่อครู่นี้ทำไมตัวเองถึงไม่บาดเจ็บบ้างนะ
“พวกเจ้ากลับไปช่วยดูแลเยว่เยว่แทนข้าด้วย นางกลัวความมืด”
“แล้วก็บอกเยว่เยว่ด้วยว่าข้าคิดถึงนาง คิดถึงมาก ๆ”
