เหยียนเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “ถ้าหาพ่ออสูรกับแม่อสูรของลูกหมีเจอ ก็ให้เขากลับบ้านไปกับพวกเขาเถอะ!”
เสี่ยวเหิงบินในระดับที่ไม่สูงไม่ต่ำ พอได้ฟังคำตอบของนางก็หันหัวบินไปทางมั่วเจ๋อ
หลีกับเสวี่ยเห็นว่านางยังตัดใจไม่ได้ จึงไม่ได้รีบพานางจากไป
“เจ้าตัดสินใจถูกแล้ว เลี้ยงลูกหมีสักตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องแบบนี้ก็ปล่อยให้พ่ออสูรแม่อสูรของมันจัดการเถอะ!”
ช่วงนี้นางเอาใจใส่ลูกหมีดำหน้าตาน่าเกลียดตัวนั้นมากเกินไปแล้ว
น้ำเสียงของหลีเจือความไม่พอใจอยู่บ้าง
แต่พอเห็นนางทำหน้าหม่นหมอง เขาก็พลอยหงุดหงิดใจตามไปด้วย
“ถ้าชอบลูกสัตว์ตัวเล็ก ๆ ขนาดนั้น เดี๋ยวข้าจับมาให้เจ้าเล่นอีกสักสองสามตัวก็ได้!”
ถึงพวกเขาจะไม่เคยแย่งลูกสัตว์ของคนในเผ่ามา แต่เรื่องแค่นี้ก็ไม่เห็นจะยาก
ลูกสัตว์จำนวนไม่น้อยเติบโตมาแบบถูกปล่อยให้ดูแลตัวเอง บางครั้งก็เหมือนเจ้าหมีดำตัวน้อย หายไปแล้วก็ไม่มีอสูรตัวไหนใส่ใจ
“ไม่เอา”
เหยียนเยว่ปฏิเสธเขาอย่างจริงจัง แล้วกำชับต่อว่า “ข้าไม่อยากเป็นพ่อค้าขายอสูรสักหน่อย ชอบลูกสัตว์บ้านไหนก็ไปแย่งมา แบบนั้นแม่อสูรของพวกเขาจะอยู่กันอย่างไร”
“พ่อค้าขายอสูรคืออะไรหรือ?”
หลีไม่เข้าใจก็ถามทันที
“คนที่ไปแย่งลูกสัตว์ของบ้านอื่นไง เรียกว่าพ่อค้าขายอสูร”
หลีเลิกคิ้ว ก่อนรวบตัวนางลงมาจากหางแล้วโอบไว้ในอ้อมแขน “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เยวี่ยเยว่กับพวกเราก็เป็นพวกเดียวกันแล้วสิ”
เหยียนเยว่ใช้ศอกกระทุ้งหน้าอกเขาเบา ๆ ปลายหูแดงระเรื่อ “ใครเป็นพวกเดียวกับเจ้ากัน!”
ถึงอย่างนั้น พอหลีหยอกนางแบบนี้ ความขุ่นข้องหมองใจที่มีอยู่ในใจก็หายไปจริง ๆ
