ได้ ๆ เธอไม่มองใครทั้งนั้น
เธอมองดอกไม้ มองใบหญ้า มองโลกใบนี้แทนไม่ได้หรือไง!
เหยียนเยว่ไม่มองพวกเขาอีก
พวกเขาค่อย ๆ แยกย้ายกันไป แล้วเริ่มก่อไฟหุงหาอาหารอย่างคล่องแคล่วเหมือนทุกวัน
ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ พวกเขาตั้งใจเว้นไว้ให้เธอ
อยากให้เธอได้สัมผัสความสุขจากการที่ดวงตากลับมามองเห็นด้วยตัวเอง
เหยียนเยว่เดินไปหยุดข้างต้นไม้ใหญ่ เธอลูบลำต้น แล้วเด็ดใบหญ้าขึ้นมาดอกหนึ่ง ก่อนสังเกตใบเรียวแหลมแต่ละใบอย่างละเอียด
ลำต้นสีน้ำตาลเข้ม ส่วนใบหญ้าเป็นสีเขียว ดีจัง!
เหยียนเยว่กะพริบตา หยาดน้ำตาสองสามหยดไหลลงจากหางตาอย่างเงียบเชียบ
เธอใช้มือเช็ดให้แห้ง ก่อนหันไปนั่งลงตรงที่ข้างเสวี่ย
เสวี่ยกำลังก้มหน้าล้างใบโหระพาจีน เขาคิดว่าเยว่เยว่ชอบกินผัก เดี๋ยวจะได้ใช้ใบพวกนี้ห่อเนื้อย่างให้เธอกิน
พอได้ยินเสียง เสวี่ยก็หันมามอง ดวงตาใสกระจ่างฉายแววประหลาดใจปนยินดี
เยว่เยว่เป็นฝ่ายมาหาเขาเอง
หลังจากมองเห็นแล้ว คนแรกที่เธอมาหาก็คือเขา
เสวี่ยคลี่ยิ้มที่แสนอบอุ่นให้เธอ
เหยียนเยว่ถึงกับมองเหม่ออีกครั้ง
ท่าทางราวกับไม่แยแสเรื่องทางโลกของเสวี่ย ดูไม่เหมาะกับการมานั่งล้างผักป่าอยู่ตรงนี้เลยสักนิด
ก่อนหน้านี้ตอนมองไม่เห็น เธอยังรับการดูแลจากพวกเขาได้อย่างสบายใจ
แต่พอตอนนี้มองเห็นแล้ว มีชายหนุ่มรูปงามตั้งหลายคนเดินไปเดินมาอยู่ตรงหน้า เหยียนเยว่กลับรู้สึกละอายใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ก่อนหน้านี้เธอวางมาดเกินไปแล้ว!
เหยียนเยว่ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะหลุดจากความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วนี้ได้
เธอเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า “เสวี่ย ตอนนี้ฉันมองเห็นแล้ว ต่อไปนายทำมือบอกฉันได้เลยนะ”
