เหยียนเยว่เชื่อฟัง ถอยหลังไปหลายก้าว
ตอนพวกเขาร่วงลงมา ทั้งคู่กลิ้งทับจนดอกไม้ใบหญ้าบริเวณนี้แบนราบไปหมด
ทั้งสองอยู่ห่างกันในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล
“เจ้าถูกพิษหรือ?”
เหยียนเยว่ไม่รู้ว่าดอกไม้นี้มีพิษอะไร แต่ฟังจากเสียงของเสี่ยวเหิงแล้ว เขาคงกำลังทรมานมาก
เขาพยายามกลั้นเสียงหอบหายใจอย่างหนัก
ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?
นางหนีไปได้ก็จริง แต่จะหนีไปที่ไหนได้เล่า
ด้วยดวงตาของนาง แค่ทะเลดอกไม้ผืนนี้ยังหนีออกไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
เหยียนเยว่ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ทว่าไม่นานก็พบว่าร่างกายของนางเองก็เริ่มผิดปกติ
ความร้อนรุ่มที่ยากจะบรรยายแผ่ซ่านขึ้นมา
ร้อนเหลือเกิน!
ไม่ใช่ความร้อนจากอุณหภูมิในอากาศที่สูงขึ้น แต่เป็นร่างกายของนางที่กำลังร้อนผ่าว
จากนั้นสติของนางก็ค่อย ๆ พร่ามัวตามไปด้วย
นางถึงกับอยากวิ่งเข้าไปผลักเสี่ยวเหิงล้มลง
เหยียนเยว่พลันตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาถูกพิษอะไร
กลิ่นหอมของดอกไม้นี้คงมีฤทธิ์ปลุกกำหนัด นางกับเสี่ยวเหิงต่างก็โดนเข้าแล้ว
เสี่ยวเหิงเร่งพลังทั่วร่าง จึงกดความกระสับกระส่ายในกายลงได้เล็กน้อย และพอเรียกสติกลับคืนมาได้บ้าง
เขาโซเซลุกขึ้น ยกหน้ามองหาเงาร่างของสตรีน้อย
แต่เพียงมองแวบเดียว เส้นประสาทที่เขากดข่มไว้ก็แทบพังทลายลงอีกครั้ง
สตรีน้อยนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมฝั่งตรงข้าม ขดตัวเป็นก้อนกลม
ผิวทั่วร่างของนางแดงระเรื่อ ไหล่ขยับขึ้นลงเบา ๆ ตามลมหายใจที่ถี่กระชั้น บางครั้งยังมีเสียงครางหวานพร่าดังหลุดออกมา
“เสี่ยวเหิง” เหยียนเยว่เรียกชื่อเขา
พอเงาร่างทั้งสองขยับเข้าหากัน ก็โผกอดกันอย่างเป็นธรรมชาติ
