เหยียนเยว่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าฟ้าสว่างแล้ว
เธอลืมตาขึ้น แม้จะยังมองไม่เห็น แต่ก็สัมผัสได้ถึงแสงสว่างจ้า
ร่างกายรู้สึกเมื่อยล้าและตึง ๆ อยู่บ้าง ทว่าดวงตากลับสบายมาก ราวกับมีบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง
มั่วเจ๋อนั่งอยู่ข้างเตียง ยื่นมือมาแตะหน้าผากเธอ “เยว่เยว่ตื่นแล้ว รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
เหยียนเยว่คลำเจอหนังสัตว์แห้งและอุ่นรองอยู่ใต้ตัว จึงอดเหม่อไปครู่หนึ่งไม่ได้ “ไม่เป็นไร ดวงตาของฉันเหมือนจะไวต่อแสงมากขึ้น”
เมื่อวานเธอแช่อยู่ในน้ำตลอด แล้วขึ้นมานอนบนเตียงตั้งแต่เมื่อไรกันนะ?
แล้วเสวี่ยล่ะ?
“อืม ไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป พลังจากผลึกสัตว์ราชาเข้าไปอยู่ในร่างกายเจ้าแล้ว ร่างกายต้องใช้เวลาซึมซับและฟื้นฟู”
พวกเขาหลายคนกังวลยิ่งกว่าเธอเสียอีก แต่กลับแสดงออกมาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะพลอยทำให้เธอกังวลตามไปด้วย
มั่วเจ๋อเห็นเธอยังงัวเงียอยู่ จึงยิ้มแล้วพูดว่า “เมื่อคืนเสวี่ยเอาแต่ใจเกินไป แช่เจ้าไว้ในน้ำนานเสียจนเช้านี้หลีลากไปอบรมแล้ว”
จากนั้นเขาก็มาอยู่เฝ้าข้างกายเธอแทน
เหยียนเยว่จับเอวตัวเอง ในใจพึมพำว่าโดนอบรมก็ดีแล้ว
หลังจากดูดซึมผลึกสัตว์ราชาเสร็จ เสวี่ยก็เอาแต่พัวพันเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
เธอเห็นว่าเขาซื่อ ๆ ก็เลย...
ช่างเถอะ อย่างไรหลีก็อบรมเขาไปแล้ว
“หิวหรือยัง?”
มั่วเจ๋อยื่นเสื้อผ้าให้เธอพลางเตรียมของใช้สำหรับล้างหน้าแปรงฟันไว้ให้
เหยียนเยว่ได้กลิ่นเนื้อหอม ๆ “จริงด้วย ฉันเริ่มหิวแล้ว”
พลังในผลึกสัตว์ช่วยเติมพลังจิต ส่วนที่ร่างกายรู้สึกหิวมากก็เพราะร่างกายต้องการอาหาร
มั่วเจ๋ออุ้มเธอไปนั่งบนเก้าอี้หิน
ซิงหยวนยกอาหารเข้ามา “เช้านี้ฉือจิ้นเก็บไข่นกสัตว์มาได้ ข้าต้มสุกแล้ว เยว่เยว่ลองชิมไหม?”
เหยียนเยว่พยักหน้า แล้วก็ได้กินไข่ของนกสัตว์ที่ใหญ่กว่าไข่ห่านเสียอีก
