“นักศึกษา จะรับข้าวไหม”
“ถ้าไม่รับก็หลบไปก่อนนะ”
ไป๋ซินหานยืนนิ่งงันอยู่นาน นักศึกษาที่ต่อแถวอยู่ข้างหลังเริ่มเร่งเร้าอย่างหงุดหงิด
เธอรีบหลบออกไป
เดินโซเซออกมานอกโรงอาหาร
พอเปิดมือถือดู ก็เห็นว่าเงินค่าครองชีพของตัวเองเหลือแค่แปดร้อยหยวน
ทั้งที่เดือนนี้เพิ่งผ่านไปสามวันเท่านั้น
ไป๋ซินหานเม้มริมฝีปาก
พ่อแม่ให้เงินค่าครองชีพเธอเดือนละสองพันห้าร้อยหยวน ที่จริงก็มากกว่านักศึกษาหลายคนแล้ว
เพราะอย่างนั้น ทั้งที่มหาวิทยาลัยและในหอพัก เธอจึงวางตัวเป็นคุณหนูบ้านรวยแบบไม่โอ้อวดมาโดยตลอด
แต่ความจริงแล้วครอบครัวของเธอไม่ได้ร่ำรวยเลย
พ่อแม่ของเธอทำไร่ทำนาอยู่ที่บ้านเกิดในชนบท ทั้งยังมีความเกรงขามต่อคนที่มีวุฒิการศึกษาโดยธรรมชาติ
พอรู้ว่าไป๋ซินหานสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้ ก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอยู่หลายวัน
ถึงกับประกาศว่าไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไรก็จะส่งเธอเรียนจนจบมหาวิทยาลัยให้ได้
ดังนั้นตอนที่ไป๋ซินหานโกหกว่าค่าครองชีพในเมืองแพง แล้วขอเงินจากพวกเขาเดือนละสองพันห้าร้อยหยวน แม้พวกเขาจะตกใจ แต่ก็ยังยอมกัดฟันให้เงินมา
เดือนก่อน เธอหน้าใหญ่ใจโต ถูกอู่หย่งหรู เพื่อนร่วมห้องกระตุ้นเข้า จึงซื้อกระเป๋าราคาแพงใบหนึ่งด้วยการผ่อนชำระ
พอเงินค่าครองชีพของเดือนนี้เข้าบัญชี เธอก็เอาไปจ่ายค่างวดทันที
ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเงินแค่แปดร้อยหยวน
แค่กินข้าวยังไม่พอเลย
“ซินหาน ทำไมมายืนเหม่ออยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ” อู่หย่งหรูเดินเข้ามา สายตาหยุดอยู่ที่กระเป๋าซึ่งเธอสะพายอยู่
แววตาพลันเป็นประกาย
“ซื้อจริง ๆ ด้วยเหรอ”
