ฝูอิ้นโจวมองเธอ ดวงตาดำสนิทไหวระริก แม้แต่ลมหายใจก็เริ่มรวน
“ของที่จือจือให้มา ต่อให้เป็นการลงโทษก็ถือเป็นรางวัล”
เสิ่นจืออี้เหยียบเขาอีกครั้ง
“กุญแจล่ะ?”
“วางไว้ที่ไหน?”
หางตาของฝูอิ้นโจวแดงระเรื่ออย่างเย้ายวน เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า “อยู่ในกระเป๋ากางเกง หยิบเองสิ”
เสิ่นจืออี้ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วชักเท้ากลับ
เธอคุกเข่าบนเตียง คลานเข้าไปหาเขา ก่อนจะตบแก้มเขาเบา ๆ
“อยู่นิ่ง ๆ นะ ห้ามขยับ”
“อืม” เสียงของฝูอิ้นโจวต่ำลงอีกนิด ทว่าในดวงตากลับมีประกายมืดมิดแห่งความตื่นเต้น
เสิ่นจืออี้จ้องตาเขา ก่อนยื่นมือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
ปลายนิ้วเรียวบางค่อย ๆ คลำหาอย่างละเอียดอยู่ในกระเป๋า ผ่านเนื้อผ้าบางเบาเพียงชั้นเดียว
ก่อนจะเจอกุญแจ สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือผิวกายของเขาที่ร้อนระอุ
เสิ่นจืออี้หัวเราะเบา ๆ แล้วใช้นิ้วคีบกุญแจเย็นเฉียบซึ่งอยู่ลึกที่สุดในกระเป๋ากางเกง ค่อย ๆ ดึงออกมาตามขอบกระเป๋า
ตรงจุดที่ติดขัด เธอจงใจหยุดค้างไว้
ฝูอิ้นโจวหอบหายใจเบา ๆ ใบหูแดงก่ำขึ้นมา
“ทนไม่ไหวแล้วหรือ?” เธอถาม
ลูกกระเดือกของฝูอิ้นโจวขยับอย่างยากลำบาก เขาส่ายหน้าเบา ๆ “จือจือจะหนักกว่านี้ก็ได้นะ”
เสิ่นจืออี้ยกคิ้ว
ฝ่ามือโอบกุญแจไว้ ความอุ่นนุ่มจากมือของเธอคลอเคลียกับความเย็นแข็งของกุญแจ จู่โจมสติสัมปชัญญะของเขาพร้อมกัน
ฝูอิ้นโจวพยายามอดกลั้น คิ้วเข้มขมวดแน่น
ราวกับถูกความเจ็บปวดและความสุขโถมทับพร้อมกัน ตรงหน้าเขามีเพียงเธอ และสิ่งที่ได้ยินก็มีเพียงเสียงของเธอ
