ตอนนั้น เซี่ยซือหลี่ พี่ชายของเซี่ยหวยหยาง ชวนเธอเต้นรำเพื่อฉลองที่เธอเรียนจบ
ทั้งคู่เต้นรำด้วยกันหนึ่งเพลง
เซี่ยหวยหยางนั่งเล่นไพ่กับกลุ่มเพื่อนเสเพลอยู่ตรงมุมห้อง ไม่รู้ว่าเพราะดวงไม่ดีหรืออย่างไร ถึงแพ้ตลอด
เขาดื่มไปมาก มองเธอราวกับมองศัตรู
ต่อมาเธอไปเข้าห้องน้ำ
ขากลับ เมื่อเดินผ่านเรือนดอกไม้ก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างใน จึงคิดจะเข้าไปดู
แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไป เซี่ยหวยหยางก็กดเธอชิดกำแพง
เขาเมาจนแทบไม่ได้สติ แต่กลับมีแรงมหาศาลจนน่าตกใจ
“เซี่ยหวยหยาง! ปล่อยฉันนะ!”
เธอได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขาปะปนกับกลิ่นหอมของดอกบัวราตรีที่เพิ่งบาน ราวกับกำมะหยี่เนื้อนุ่มหวานจัดที่ถักทอเป็นกลิ่นหอมชวนลุ่มหลงและเย้ายวน
เธอเองก็เกือบเมามายไปด้วย
“ไม่ปล่อย” เซี่ยหวยหยางกดข้อมือเธอไว้ ร่างสูงใหญ่โน้มลงมา ดวงตาเป็นประกายราวสะเก็ดไฟ จ้องเธอเขม็ง
ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอร้อนวูบวาบ
“เสิ่นจืออี้...” เขาก้มหน้าลง ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดข้างลำคอ เอ่ยเสียงแหบพร่า “อย่ามองฉันด้วยสายตาเหมือนเห็นขยะอยู่ตลอดได้ไหม?”
ฝ่ามือเขาร้อนผ่าว แม้แต่คำพูดก็ยังแผดเผา
เสิ่นจืออี้รู้สึกราวกับกำลังจะละลายเป็นครั้งแรก
“คุณเมาแล้ว”
เธอกัดริมฝีปากแล้วหันหน้าหนี
“ฉันไม่ได้เมา” เซี่ยหวยหยางบีบคางเธอ บังคับให้หันกลับมามองเขา
“ทำไมถึงไปเต้นรำกับคนอื่น?”
เสิ่นจืออี้ชะงักไปครู่หนึ่ง พวงแก้มพลันแต้มสีแดงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“คนอื่นที่ไหน?” เธอหลุบขนตาลง พึมพำเสียงเบา “นั่นพี่ชายคุณนะ”
