เจ้าเมืองหลิงหลัวเป็นชายชราที่รู้จักวางตัวเป็นอย่างดี
พอได้ยินว่าชางหลิวยู่จะมาช่วยปราบปีศาจในเมือง เขาก็รีบจัดงานเลี้ยงต้อนรับทันที ทั้งยังยืนกรานอย่างไรก็ต้องเชิญอีกฝ่ายไปพักที่จวนให้ได้
ถึงกับส่งคนออกไปตามหาจำนวนมากทั่วถนน
เสิ่นจืออี้คิดว่า ไหน ๆ ก็ต้องหาที่พักอยู่แล้ว จะได้หาโอกาสดูมัดกล้ามอกของเขาด้วย
จึงให้ชางหลิวยู่ตอบตกลง กลับจวนเจ้าเมืองไปพร้อมกับพวกเขา
ระหว่างงานเลี้ยง
เสิ่นจืออี้กอดผลไม้กับขนมสารพัดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ชางหลิวยู่ ช่วยปอกอันนี้ให้หน่อยสิ”
“อันนี้ด้วย”
“อืม น้ำแก้วนี้ไม่มีฟองแล้ว ช่วยใช้ปราณกระบี่คนให้หน่อย”
ชางหลิวยู่ช่วยนางไปพลาง เอ่ยอย่างจนใจไปพลาง “เมื่อครู่อยู่ที่โรงเตี๊ยมก็เพิ่งกินอิ่มไม่ใช่หรือ?”
เสิ่นจืออี้กัดขนมคำหนึ่ง ตอบเสียงอู้อี้ “ของหวานกับผลไม้มันลงกระเพาะอีกส่วนต่างหาก”
ชางหลิวยู่: …
เจ้าเมืองมองทั้งคู่ พลางยิ้มเจื่อน “พวกท่านสองคน…เป็นคู่บำเพ็ญหรือ?”
ชางหลิวยู่ชะงักมือ
ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง ไม่ได้ตอบอะไร
เสิ่นจืออี้โบกมือ “ท่านเจ้าเมืองเข้าใจผิดแล้ว พวกเราแกล้งเป็นคู่บำเพ็ญกัน การทำเช่นนี้ก็เพื่อดึงดูดปีศาจ จะได้จับมันรวดเดียวให้หมด”
เจ้าเมืองถอนหายใจโล่งอก ก่อนยิ้มกล่าว “ข้าก็ว่าแล้ว ท่านกระบี่ผู้บำเพ็ญวิถีไร้หัวใจจะมีคู่บำเพ็ญได้อย่างไร”
เมื่อครู่เห็นท่านกระบี่ดูแลนางถึงเพียงนั้น เขาตกใจจนคางแทบหล่น
ดีที่เป็นแค่การแสดง
ไม่อย่างนั้น วันนี้เขาคงต้องไปดูแม่หมูปีนต้นไม้ให้หายตกใจแล้ว
“แต่ปีศาจจิ้งจอกตนนี้น่าโมโหจริง ๆ!” เจ้าเมืองตบต้นขาตัวเอง สีหน้ากังวล “เพราะมัน คนหนุ่มสาวในเมืองเราถึงไม่กล้าสู่ขอใครง่าย ๆ”
