เสิ่นจืออี้เบิกตากว้าง
แทบจะทันที เธอก็เข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของเขา
“แต่ว่า...คุณมีแผลอยู่นะ”
【ไม่สิ ทำไมฉันถึงไม่ได้ปฏิเสธเขาล่ะ?】
【หรือว่า...ฉันเองก็อยากได้ร่างกายของเขาเหมือนกัน?】
หลีเหิงช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มแนบอก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “ชินแล้วครับ”
“แผลแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก”
เขาหลุบตามองเธอ “คุณหนูไม่อยากตรวจดูผลงานจากการออกกำลังกายของผมหน่อยหรือครับ?”
เสิ่นจืออี้โอบคอเขาไว้ทั้งสองมือ พอนึกถึงรูปที่เขาโหนบาร์วิดพื้นก็กลืนน้ำลายลงคอ
“คุณเจ็บขนาดนี้ ยังออกกำลังกายให้ฉันดูไหวเหรอ?”
หลังเลนส์แว่น ดวงตาของหลีเหิงลุ่มลึก “ถ้าคุณอยากดู ผมก็ทำได้ครับ”
“ไม่ว่าเมื่อไร จะให้ผมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
คำพูดและท่าทีที่เชื่อฟังของเขาทำให้เธอพอใจ
ปลายนิ้วของเสิ่นจืออี้ไล้ลงไป ลูบกล้ามอกที่แน่นตึงของเขาเบา ๆ
【ก็ได้ คุณหนูคนนี้จะตรวจสมรรถภาพร่างกายเขาสักหน่อย】
【มีกล้ามแล้ว ถ้าไม่เรียนวิชาต่อสู้สักหน่อยจะได้ยังไง? ต่อไปออกไปข้างนอกก็ยังถูกรังแกอยู่ดี เหมือนวันนี้ที่โดนพ่อเขาตี】
【ต้องพาไปตรวจร่างกายก่อน ดูสภาพร่างกายให้แน่ใจว่าเหมาะกับการฝึกอะไร แล้วค่อยหาคนมาสอนเขาทีหลัง】
【แล้วก็หูของเขาด้วย】
【ต้องตรวจดูด้วยว่าวันนี้ได้รับบาดเจ็บซ้ำหรือเปล่า】
“ไปโรงพยาบาลก่อน” เสิ่นจืออี้ตบไหล่เขา “ฉันต้องแน่ใจว่าร่างกายคุณไม่มีปัญหา”
“ค่าต่าง ๆ กับผลตรวจทุกอย่างต้องทำให้ฉันพอใจด้วย”
หลีเหิงชะงักไป
เขาไม่คิดเลยว่าในเวลาแบบนี้ เธอยังจะเป็นห่วงเขา
แต่คำพูดที่เธอใช้กลับเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง
