หืม?
ทำไมศิษย์น้องสาม (ศิษย์พี่สาม) ถึงกระตือรือร้นขนาดนี้?
ฉู่สือโม่กับเยี่ยนเหลียงสบตากัน นี่ผิดปกติเกินไปแล้ว อย่ามองว่าศิษย์น้องสามยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ทุกวัน ทั้งชอบหลงทางทั้งชอบกิน แท้จริงแล้วเขาเป็นคนที่ยอมรับคนอื่นได้ยากที่สุด เหตุใดเพียงไม่เห็นหน้ากันครู่เดียว ถึงได้เป็นห่วงศิษย์น้องเล็กขนาดนี้?
คนที่ควรรีบร้อนเรียกอาจารย์กลับมาช่วยเป็นหลักให้ก็ควรเป็นศิษย์พี่ใหญ่ต่างหาก อย่างไรเสียศิษย์น้องเล็กก็คือศิษย์น้องที่นางเฝ้ารอมานานแสนนาน
หรือว่าในเวลาเพียงสั้น ๆ นี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นโดยที่พวกเขาไม่รู้?
“ศิษย์พี่สาม” หล่านเยว่รีบคว้ามือของศิษย์พี่สามที่กำลังจะส่งข้อความไว้ เพิ่งจัดการสัตว์วิเศษกับสวนดอกไม้ที่อาจารย์เลี้ยงไว้เสียเละเทะ ก็จะเรียกอาจารย์กลับสำนักแล้ว นี่คิดจะให้อาจารย์จับได้คาหนังคาเขาหรือ? “ข้าอยู่ในสำนัก ไม่ได้ออกไปไหน ต่อให้ต้องออกไป ข้าก็จะระวังไม่ให้ใครรู้ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงมากหรอก”
เวลานี้นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าศิษย์พี่สามเป็นห่วงนางมาก ตั้งแต่เมาเรือเหาะ นางก็เริ่มรู้สึกได้บ้างแล้ว บัดนี้ยิ่งแสดงออกชัดเจนกว่าเดิม
เอ่อ...
หรือว่านี่จะเป็นมิตรภาพที่ก่อเกิดจากการกินด้วยกัน?
เพราะมื้ออาหารมื้อหนึ่ง ศิษย์พี่สามจึงมีใจจริงต่อนางขึ้นมาบ้างหรือ?
“ศิษย์น้องสามเป็นห่วงจนลนลานไปแล้ว สำนักของพวกเราอยู่ในมิติลับที่อาจารย์หลอมรวมขึ้นมา คนภายนอกไม่เพียงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน แม้แต่ที่ตั้งของสำนักเราก็ยังไม่มีใครรู้”
ศิษย์พี่รองปลอบทั้งซิงเฉินจื่อและหล่านเยว่ ขณะที่กำลังจะพูดอะไรต่อ จู่ ๆ ก็เหลือบไปเห็นฉาก ‘กินเลี้ยง’ ที่หล่านเยว่กับพวกยังเก็บกวาดไม่ทัน
