ศิษย์พี่สามนอกจากจะหลงทางแล้ว ยังมีนิสัยหลงตัวเองด้วยหรือ?
ทว่าเมื่อมองดวงตาคู่งามสีฟ้าบริสุทธิ์จับใจคู่นั้น แม้หล่านเยว่จะสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ยังตอบตามตรงว่า “งดงามมาก ราวกับอัญมณีสีน้ำเงิน”
“จริงหรือ?” ในดวงตาของศิษย์พี่สามดูเหมือนจะมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา เขาถามย้ำอีกครั้ง
“จริงสิ ดวงตาของศิษย์พี่สามงดงามมาก ราวกับอัญมณีสีน้ำเงินที่งดงามและล้ำค่าที่สุด” หล่านเยว่พยักหน้าอย่างจริงจัง
นี่คือคำพูดจากใจจริง ดวงตาสองสีของศิษย์พี่สามงดงามเหลือเกิน เพียงได้เห็นครั้งแรกก็ยากจะลืมเลือน
ศิษย์พี่สามยิ้มอย่างไร้เสียง รอยยิ้มนั้นเหมือนเดิมทุกประการ ทว่าหล่านเยว่กลับสัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่ามีบางอย่างแตกต่างไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้รอยยิ้มของศิษย์พี่สามเป็นเพียงรอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้า เป็นรอยยิ้มตามมารยาท แต่รอยยิ้มในตอนนี้กลับทำให้รู้สึกได้ว่าออกมาจากใจจริง
ตอนที่นางเมาเรือ ศิษย์พี่สามไปเจอของดีเข้าหรือ? หล่านเยว่คาดเดาอย่างงุนงง
เมื่อศิษย์พี่สามได้ยินคำตอบแสนอบอุ่นนั้นอีกครั้ง เขาก็ตบเสื้อผ้าเบา ๆ แล้วขยิบตาให้หล่านเยว่อย่างมีเลศนัย “ศิษย์น้องเล็ก ศิษย์พี่สามจะพาเจ้าไปสถานที่ดี ๆ แห่งหนึ่ง!”
“อย่า! อย่าเลย!” หล่านเยว่รีบโบกมือปฏิเสธ แต่แล้วก็รู้สึกว่าปฏิเสธตรงเกินไป จึงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยอย่างอ้อมค้อมว่า “ศิษย์พี่สาม ข้าคิดถึงศิษย์พี่ใหญ่แล้ว พวกเรากลับกันเถอะ!”
“ฮ่า ๆ… วางใจเถิดศิษย์น้องเล็ก คราวนี้ศิษย์พี่สามรับรองว่าจะไม่พลาดแน่นอน!”
ศิษย์พี่สามตบอก ยืนยันให้หล่านเยว่วางใจได้เต็มร้อย
หล่านเยว่อยากจะบอกว่า ข้าเชื่อเจ้าก็บ้าแล้ว! ก็เหมือนคนเมาที่บอกว่าตัวเองไม่ได้เมานั่นแหละ ศิษย์พี่สามยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเป็นคนหลงทาง แล้วจะหวังให้เขาไม่หลงทางได้อย่างไร?
