สองวันต่อมา
หล่านเยว่อุ้มต้าไป๋ที่แปลงกายเป็นแมวน้อยน่ารักเท่าหมาตัวเล็ก กำลังลูบขนมันอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่หน้าประตูเมืองหย่งเฟิง เจ้าดอกน้อยตั้งตระหง่านอยู่บนหัวระหว่างหูกลมสองข้างของต้าไป๋ พลิ้วไหวตามลม ราวกับว่ามันคือดอกไม้สีแดงดอกเล็ก ๆ ที่งอกออกมาจากหัวของเจ้าแมวน้อยนั่นเอง
ไม่มีใครคาดคิดว่า ราชสีห์ขาวว่องไวที่ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรได้ยินชื่อแล้วใจสั่นจะนอนหมอบอยู่ในอ้อมกอดของหล่านเยว่แต่โดยดี ปล่อยให้นางลูบเล่นตามสบาย
ต้าไป๋บอกว่ามันได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรพูดกันว่าที่นี่จะจัดการคัดเลือกศิษย์ครั้งใหญ่ของสำนักทุกสี่ปีในวันพรุ่งนี้
สำนักสืบทอดมานานหลายพันปี มีบันทึกมากมาย บางทีนางอาจพบเบาะแสของป้ายไม้เล็ก ๆ ได้ในสำนักก็เป็นได้
ดังนั้นพวกนางจึงมาที่นี่
ตรงประตูเมืองมีผู้คนมากมายรุมกันอยู่ข้างกำแพงเมือง ไม่รู้กำลังดูอะไรอยู่
หล่านเยว่ชำเลืองมองไปตามทาง พลันขมวดคิ้ว
นั่นคือหมายจับฉบับหนึ่ง
ด้านบนมีรูปวาดผู้หญิงคนหนึ่ง ด้านล่างเขียนว่า:
มู่หรงล่านเยว่ อายุสิบห้าปี เป็นชาวเมืองชั่วโจว สังหารฮูหยินแห่งจวนสกุลซือถู ทำร้ายญาติผู้พี่ร่วมสาบานจนบาดเจ็บสาหัสและชิงเสวียนหลิงหงส์อัคนีไป ยังทำร้ายผู้อาวุโสแห่งจวนสกุลซือถูอีกหลายคน วิธีก่อเหตุอำมหิตยิ่ง ผู้ใดพบเห็นต้องฆ่า จึงออกหมายจับฉบับนี้ หากผู้ใดแจ้งเบาะแส จวนสกุลซือถูจะให้รางวัลพันตำลึง! ผู้ใดจับกุมได้ ให้รางวัลหมื่นตำลึง!
ด้านล่างลงชื่อว่าเมืองชั่วโจว จวนสกุลซือถู
"พูดจาไร้สาระ! ชัด ๆ ว่าพวกมันช่วงชิงเสวียนหลิงหงส์อัคนีของเจ้า ยังมีหน้ามาใส่ร้ายป้ายสีอีก" เจ้าดอกน้อยฟังคนข้าง ๆ อ่านใบประกาศแล้ว โกรธจนตะโกนลั่นในห้วงสำนึกของหล่านเยว่ เจอคนหน้าไม่อายมาแล้ว แต่ไม่เคยเจอคนหน้าไม่อายถึงเพียงนี้!
"ยังทำร้ายผู้อาวุโสแห่งจวนสกุลซือถูอีกหลายคน ถุย! พวกเรายังไม่ทันเห็นหน้า..."
เจ้าดอกน้อยกำลังจะบอกว่าพวกนางไม่ทันเห็นผู้อาวุโสเลยสักคน อยู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า ในลานนั่นยังมีเถาวัลย์พิษอีก แสดงว่าผู้อาวุโสของจวนสกุลซือถูต้องมีคนถูกเล่นงานเข้าแล้ว พลันดีใจจนตัวสั่นพลิ้ว "ทำไมไม่ทำให้ซือถูฟู่ตายไปเลยนะ"
สีหน้าของหล่านเยว่เองก็ย่ำแย่ เนื้อหาในใบประกาศนางไม่รู้สึกอะไร ด้วยความน่ารังเกียจของจวนสกุลซือถู จะแต่งเรื่องอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่... ซือถูฟู่มันไม่มีเงินหรืออย่างไร???
ไปหาจิตรกรเขียนรูปบ้าบออะไรมาอย่างนี้?
หน้าตาซูบตอบ ผมเผ้ายุ่งเหยิง คิ้วตกตาช่อ หน้าตาอัปลักษณ์
ถ้าไม่ใช่เพราะชื่อข้างล่าง นางก็ไม่รู้ว่านี่คือตัวนาง
หน้าป้ายหมายจับมีคนมากมายขนาดนี้ นางยืนตระหง่านอยู่ตรงนี้ จะมีสักคนก็ไม่เคยจำนางได้
หล่านเยว่หมดคำจะพูด เข้าไปในเมือง ทหารยามหน้าประตูเมืองยังถือใบประกาศมองนางอยู่หลายครั้ง แล้วโบกมือให้นางผ่านไป
ในฐานะเมืองหนึ่งที่สำนักกำหนดให้เป็นจุดคัดเลือกในโลกมนุษย์ เมืองหย่งเฟิงไม่เพียงใหญ่กว่าเมืองชั่วโจว แต่ยังเจริญรุ่งเรืองกว่าหลายเท่านัก
บนถนนยาวมีผู้คนมากมาย หล่านเยว่มองภาพผู้คนพลุกพล่านตรงหน้า เสียงเรียกลูกค้านานาชนิดประสานกันเป็นกลิ่นอายโลกมนุษย์ที่นางห่างหายไปนาน
มู่หรงล่านเยว่แห่งจวนสกุลซือถูไม่เคยแม้แต่จะก้าวออกจากประตูจวน ยุคสิ้นโลก... ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้คนดิ้นรนเอาชีวิตรอดยังยากเย็น ที่ไหนจะมีภาพรุ่งเรืองเช่นนี้
"อ้าว ตระกูลจงแห่งหลงหยางมาแล้ว!"
ข้าง ๆ จู่ ๆ ก็มีคนอุทานขึ้น
หล่านเยว่มองตามไปเห็นว่า ปลายถนนด้านหนึ่งมีองครักษ์ชุดเขียวแปดนายขี่หมาป่าวายุขั้นสามนำทาง บนขอบเอวมีตัวอักษร 'จง' ปักด้วยไหมเงิน ด้านหลังเป็นรถวิเศษเทียมด้วยม้าสัตว์อสูรสีขาวหกตัวที่ย่ำอยู่บนเมฆมงคล
รถวิเศษรูปลักษณ์ภายนอกประณีตหรูหรา มีแสงสีทองวาบผ่าน ดูสูงศักดิ์ยิ่งนัก ชายชราชุดเทาแววตาเฉียบคมสีหน้าเคร่งขรึมยืนอยู่หน้าห้องโดยสารของรถ ด้านหลังยังมีรถสามคันที่ใหญ่กว่ารถม้าธรรมดาอีกมาก ต่อท้ายไปด้านหลังเป็นองครักษ์ชุดเขียวขี่หมาป่าวายุยาวเหยียดจนสุดสายตา
เฮ้อ วางมาดใหญ่เสียจริง!
ราวกับยายแก่บ้านนอกเข้าวัง หล่านเยว่แอบถอนใจ
"เห็นกี่ครั้งก็อดเอ่ยปากไม่ได้ สมเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่แห่งหลงหยาง ร่ำรวยมั่งคั่งจริง ๆ!"
"ใช่แล้ว หมาป่าวายุขั้นสามให้องครักษ์เป็นพาหนะ ม้ามงคลเมฆาขั้นห้ามาลากรถ น่าอิจฉายิ่งนัก"
"รถมงคลเมฆา ดูท่าคนที่คุมทีมมาคราวนี้คือคุณหนูตระกูลจง ไม่รู้ว่าเป็นคุณหนูคนไหน?"
...
ผู้คนสัญจรวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ หล่านเยว่มองแวบหนึ่งก็เบนสายตากลับมา ตาส่องประกายมองแผงขายขนมมากมายหลายชนิด สูดลมหายใจลึก ๆ เต็มปอดด้วยกลิ่นหอมของอาหาร น้ำตาอันไม่สู้ดีไหลออกจากมุมปาก
ขนมกินเล่นนี่แหละ!
นางไม่ได้กินขนมกินเล่นอร่อย ๆ มานานแล้ว!
"แมวน่ารักจริง ข้าเอาแล้ว ท่านจงโป๋ ข้าอยากได้"
เสียงเอาแต่ใจเย่อหยิ่งเหมือนได้พบของถูกใจดังมาจากในรถวิเศษของตระกูลจง
"ขอรับ คุณหนูสาม"
เงาคนแวบหนึ่ง เพียงพริบตา ชายชราชุดเทาที่ยังอยู่หน้าห้องโดยสารของรถวิเศษเมื่อครู่ ก็ขวางอยู่ตรงหน้าหล่านเยว่
มหาจอมปราณ!
แววตาหล่านเยว่เปล่งประกาย พลังฝึกปรือจากระดับเริ่มต้นแบ่งเป็น นักปราณ ปรมาจารย์ปราณ มหาจอมปราณ ราชันย์วิญญาณ ราชาปรมาจารย์ ราชันย์ปราชญ์ จักรพรรดิวิญญาณ เทพปราณ หรือแม้กระทั่งตำนานว่ามีเทพเซียนวิญญาณ แต่ละขั้นยังแบ่งย่อยได้อีกหกระดับ: ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย ขั้นสมบูรณ์ ขั้นบรรลุ และขั้นสูงสุด
พลังของคนผู้นี้อยู่ระหว่างฮูหยินสกุลซือถูและซือถูฟู่ คาดว่าน่าจะเป็นขั้นบรรลุ หรือไม่ก็ขั้นสูงสุดของมหาจอมปราณ
"แมวตัวนี้คุณหนูสามของข้าต้องการแล้ว เจ้าบอกราคามาเถอะ"
ท่านจงโป๋มองต้าไป๋ที่มีดอกไม้สีแดงเล็ก ๆ บนหัวแวบหนึ่ง สีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงเย่อหยิ่ง
"ไม่ขาย"
หล่านเยว่ปฏิเสธฉับไว ก้าวขาจะเดินผ่านท่านจงโป๋ไป ขัดขวางคนจะกินข้าว ฟ้าผ่าตายเอา
"แม่หนู ข้าแนะนำให้เจ้าคิดให้ดีก่อนตอบ"
ท่านจงโป๋หรี่ตาอย่างเป็นอันตราย เสียงทุ้มลง
"อย่างไร? ยังคิดจะปล้นอีกหรือ?"
หล่านเยว่เลิกคิ้ว นางไม่หาเรื่องแต่ก็ไม่ได้กลัวเรื่อง ดูแต่ร่างเก่า ๆ ของเขานี่เถอะ ยังไม่พอให้ต้าไป๋ตบสักที สัตว์อสูรขั้นสูง เล่นเอาราชันย์วิญญาณได้เลย!
ผู้คนสัญจรโดยรอบเดิมก็แอบสังเกตทางนี้อยู่ พอได้ยินคำนี้ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"ตระกูลจงจะปล้นของงั้นหรือ?"
"ไม่น่าหรอกมั้ง ก่อนการคัดเลือกของสำนัก ในเมืองห้ามต่อสู้กันเป็นการส่วนตัวนะ ถ้าผิดกฎก็ถูกตัดสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก"
"เป็นไปไม่ได้! ตระกูลจงของดีอะไรไม่เคยเห็น จะต้องถึงกับปล้น?"
"ชู่ว... เบา ๆ หน่อย กล้าวิพากษ์วิจารณ์พวกนาง ไม่กลัวตายรึ"
ถึงจะไม่กล้าวิจารณ์เสียงดัง แต่เสียงกระซิบกระซาบกลับไม่น้อย
ท่านจงโป๋ฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนเหล่านี้ สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ปลายคางเกร็ง หรี่ตามองหล่านเยว่อย่างเป็นอันตราย
ตระกูลจงเคยถูกใครวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร มีสาเหตุมาจากนางทั้งนั้น
แต่ต่อหน้าธารกำนัลจะลงมือไม่ได้ หากเพราะเรื่องเล็กน้อยนี้ทำให้ตระกูลจงถูกตัดสิทธิ์ ก็ไม่คุ้มเสีย
ตราบใดที่นางยังอยู่ในเมือง แมวตัวนี้ อย่างมากก็ฝากเลี้ยงไว้ที่นางก่อน หลังการคัดเลือกค่อยลงมือก็ไม่สาย
"เจ้าคิดมากไปแล้ว ในเมื่อไม่ขาย อย่างนั้นก็ช่าง..." ท่านจงโป๋รักษาสีหน้าเรียบเฉย ยังพูดไม่ทันจบประโยคที่ว่าจะให้นางไป ก็ได้ยินเสียงอิสตรีเย่อหยิ่งในรถวิเศษดังมาอีกครั้ง
"ข้าออกทองร้อยตำลึงซื้อแมวของเจ้า"
"ไม่ขาย"
'ถุย! ข้าว่านางคงกำลังฝันกลางวัน! ทองร้อยตำลึงจะซื้อสัตว์อสูรขั้นสูงขั้นเจ็ดเนี่ยนะ' เจ้าดอกน้อยดูแคลนนัก ถ้าจะปล้นก็ปล้นไปเลย ยังมีน้ำใจใส่ทองมาให้ตั้งร้อยตำลึงอีก
"ห้าร้อยตำลึง ส่งเงินส่งของ อย่าโลภมากเกินไป!" น้ำเสียงเย่อหยิ่งของอิสตรีพูดอย่างหมดความอดทน โดยไม่รอให้หล่านเยว่ตอบก็มีถุงเงินใส่ธนบัตรทองถุงหนึ่งพุ่งออกจากรถวิเศษเข้าใส่หล่านเยว่
คนธรรมดาไม่อาจรู้สึก แต่หล่านเยว่รู้สึกได้ถึงลมแรงที่พัดใส่หน้า
ถุงเงินนั่นใช้พลังลับอยู่หลายส่วน ไม่ทำให้คนตายทันที แต่จะทำให้อวัยวะภายในเสียหาย เจ็บปวดรวดร้าวทั้งตัวร้องโหยหวนอยู่หลายวันแล้วค่อยตายอย่างทรมาน
คุณหนูสามผู้นี้ช่างใจร้ายกาจ เห็นได้ชัดว่ามีความอดทนน้อย เอาแต่ใจและโกรธง่าย เพียงเพราะนางไม่ตกลง ถึงกับบังคับซื้อขายแถมยังใช้กำลังลับทำร้ายนางอีก