“เช่นนั้น เจ้าก็ฉวยโอกาสตอนที่แม่ของข้าสู้จนตัวตายเพื่อคลอดข้าออกมา กำลังหมดเรี่ยวแรง แย่งชิงเสวียนหลิงของนาง แล้วคร่าชีวิตนาง”
น้ำเสียงของล่านเยว่เต็มไปด้วยความแค้น ในใจมีเปลวเพลิงที่ลุกโชนราวกับจะแผดเผาไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แทบอยากจะเผาคนตรงหน้าให้มอดไหม้จนไม่เหลือซาก กระทั่งกระดูกยังต้องบดให้เป็นผง!
“เยว่เอ๋อร์ ข้า...ข้าผิดไปแล้ว! เจ้ายกโทษให้ข้าเถิด ข้าจะช่วยเจ้าตามหาพ่อกับแม่ของเจ้าแน่นอน!”
ฮูหยินสกุลซือถูใจสั่นสะท้าน รีบร้อนร้องขอชีวิต นางรู้สึกเพียงว่าตอนนี้สายตาที่ล่านเยว่มองนางนั้นเหมือนมองซากศพ ดวงตาคู่นั้นประหนึ่งดวงตาของหมาป่าเดียวดาย ดุดัน เด็ดเดี่ยว เย็นเยียบ และมีความบ้าคลั่งที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่ง
“ตายเสียเถอะ!”
ล่านเยว่พูดทีละคำ ขบกรามกัดฟัน
อัคคีเวทแห่งวิหคเพลิงบนร่างสือถูเยียนก็ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรงในพริบตา เผานางกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ ห่อหุ้มเสียงร้องโหยหวนอันน่าเวทนาทั้งหมดไว้ภายใน
ฮูหยินสกุลซือถูไม่ทันได้รู้สึกเจ็บปวดใจ พิษที่เพิ่งถูกควบคุมได้บนร่างของนางก็ไหลย้อนกลับมารวมกันที่ศีรษะอีกครั้ง เพียงชั่วพริบตา ริมฝีปากและใบหน้าก็แข็งทื่อไปทั้งหมด เหลือเพียงดวงตาคู่เดียวที่ยังพอจะกลอกไปมาได้อย่างฝืดเฝื่อน
“ไอ้คนบ้าบิ่น! กล้าดีอย่างไรมาอาละวาดถึงจวนสกุลซือถู!”
เสียงตวาดอันทรงอำนาจดังมาจากระยะไกล ดุจสายฟ้าฟาดเสียดแก้วหู ล่านเยว่รู้สึกถึงรสคาวเลือดในลำคอ ริ้วเลือดซึมออกจากมุมปาก
เจ้าบ้านสกุลซือถูมาแล้ว!
นี่คือการกดข่มขอบเขตพลังจากราชันย์วิญญาณ เพียงแค่แรงกดดัน ก็ทำให้นางบาดเจ็บแล้ว
ในดวงตาของฮูหยินสกุลซือถูเปล่งประกายความหวังอันแรงกล้า เจ้าบ้านมาแล้ว! แม่ลูกทั้งสองรอดแล้ว!
ล่านเยว่ยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก สบตากับแววตาของฮูหยินสกุลซือถูที่ซ่อนความยินดีไว้ไม่อยู่ ในดวงตาดุจสระน้ำเยือกแข็งนั้นวาบหวามไปด้วยประกายแห่งการทำลายล้าง
ฮูหยินสกุลซือถูร่างแข็งทื่อ ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวราวกับสายฟ้าแลบ
ไม่! ไม่! ไม่...
นางอยากจะตะโกน แต่กลับเปล่งเสียงอะไรไม่ออกเลยแม้แต่น้อย ได้แต่มองดูด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ล่านเยว่ผ่าอกของนางแล้วดึงเอากระดูกหน้าอกท่อนหนึ่งที่ขาววาววับออกมา
ทั้งที่ทั่วร่างไม่มีความรู้สึกใด ๆ หลงเหลืออยู่แล้ว แต่นางกลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่เสียดแทงเข้ากลางกระดูก...
นั่นคือเสวียนหลิงของนางนี่เอง!
——————
ฮูหยินสกุลซือถูตายแล้ว
ตายแบบตาไม่ยอมหลับ
ล่านเยว่ไม่แม้แต่จะเหลือบมองใบหน้าของนางแม้สักนิด กระชากถุงเก็บของของนาง คว้ากล่องที่ใส่ไข่หงส์แล้วหันหลังวิ่งไม่คิดชีวิต
ซือถูฟู่มาแล้ว ไม่วิ่งก็รอตายน่ะสิ!
แสงสีแดงเลือดหมูพุ่งออกมาจากด้านหลังของสือถูเยียน ทะยานตรงเข้ายังอ้อมอกของนาง
นั่นก็คือเสวียนหลิงหงส์อัคคีที่ถูกแย่งชิงไป
ทันทีที่เสวียนหลิงหงส์อัคคีจากไป อัคคีเวทแห่งวิหคเพลิงบนร่างสือถูเยียนก็ดับวูบลงทันที ตอนนี้นางทั้งตัวเป็นตอตะโกดำเกรียม ลมหายใจรวยริน แม้แต่ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการที่เสวียนหลิงหงส์อัคคีถูกแยกออกจากร่างก็หมดเรี่ยวแรงที่จะคราง
นางเองกระดูกสันหลังก็พังไปแล้ว และยังถูกอัคคีเวทแห่งวิหคเพลิงเผาจนดำเป็นถ่าน สำหรับนางที่เฝ้าไขว่คว้าความแข็งแกร่งและรักสวยรักงามแล้ว นี่ย่อมเจ็บปวดยิ่งกว่าตายเสียอีก
นางไร้ค่าแล้ว!
ล่านเยว่เหยียบกำแพงขึ้นไปบนหลังคา ท่วงท่าพลิกข้ามกำแพงนั้นชำนาญและรวดเร็ว
ลานบ้านนี้อยู่ริมสุดของจวนสกุลซือถู ข้ามกำแพงออกไปก็พ้นจวนแล้ว
“หยุดนะ!”
เสียงตะคอกดังสนั่นอีกครั้ง แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาอย่างหนักหน่วง
แย่แล้ว!
ในใจล่านเยว่เต้นรัว ราชันย์วิญญาณเคลื่อนไหวเร็วมาก!
แต่นางก็ตอบสนองได้ว่องไวอย่างยิ่ง กระโดดลงจากกำแพงทันที พุ่งตัวเข้าไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
นางเร็ว แต่ซือถูฟู่เร็วกว่า ในชั่วพริบตาก็ใกล้เข้ามา
สะบัดมือ ปราณวายุรูปเคียวขนาดเล็กพุ่งตรงเข้าจู่โจมแผ่นหลังของล่านเยว่
ล่านเยว่จะกล้าเข้าไปรับการโจมตีระดับนี้ซึ่ง ๆ หน้าได้อย่างไร
นิ้วมือขยับเล็กน้อย สือถูเยียนในลานบ้านถูกเถาวัลย์เขียวพันรัดร่างพุ่งตรงเข้าชนกับการโจมตีของซือถูฟู่
“ซือถูฟู่ ลูกสาวเจ้าคืนให้แล้ว!”
เยียนเอ๋อร์!
ซือถูฟู่ตกใจมาก เมื่อเห็นว่าการโจมตีกำลังจะปะทะโดนลูกสาว ก็รีบตวัดปราณวิญญาณออกไปสลายการโจมตีของตัวเอง พร้อมกับรับร่างลูกสาวเอาไว้
ทันทีที่มือสัมผัสโดนก็รู้สึกผิดปกติ ก้มลงมอง สภาพที่แทบไม่มีเค้าร่างเดิมของสือถูเยียนทำให้เขาหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำราวกับอยากจะฆ่ากินเลือดคน ขบกรามกัดฟันคำรามต่ำ: “มู่หรงล่านเยว่ เจ้ากล้าดีอย่างไร!!”
ส่วนล่านเยว่ก็ฉวยโอกาสตอนนี้หนีไปไกลแล้ว
ซือถูฟู่เพิ่งจะคิดจะไล่ตาม แต่กลับได้ยินสือถูเยียนส่งเสียงออกมา
“ท่านแม่... ท่านแม่...”
เสียงของสือถูเยียนเบาราวกับยุงบิน
สีหน้าซือถูฟู่เปลี่ยนไปอีกครั้ง นึกขึ้นได้ทันทีว่ายังมีภรรยาของตน เขาอุ้มสือถูเยียนรีบรุดลงไปที่ลานบ้านเล็ก ๆ นั้น เพียงชั่วพริบตาก็เห็นฮูหยินสกุลซือถูนอนอยู่บนพื้น เลือดท่วมร่าง หน้าอกมีรูโหว่ขนาดใหญ่ นอนตายตาค้างไม่ยอมหลับ
“ฮูหยิน!!”
ซือถูฟู่ตาแดงก่ำกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เพียงแค่คืนเดียว ลูกสาวบาดเจ็บสาหัสปางตาย ภรรยากลับต้องพรากจากกันชั่วนิรันดร์
“ออกคำสั่งลงไป ตามล่าจับตัวมู่หรงล่านเยว่ให้ทั่วทุกแห่งหน! ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย! มู่หรงล่านเยว่! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นท่อน บดกระดูกให้เป็นผง! อ้า...”
พลังวิญญาณระดับราชันย์วิญญาณหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่รอบกายของซือถูฟู่ กลิ่นอายอันบ้าระห่ำแพร่กระจายออกไปทุกทิศทุกทางตามเสียงคำรามด้วยความแค้นของเขา
ทั่วทั้งจวนสกุลซือถู แทบจะถูกสั่นสะเทือนจนพังทลายไปครึ่งหนึ่ง...
ไม่มีใครคาดคิดว่า ในเวลานี้ ล่านเยว่ได้อาศัยการอำพรางจากกลิ่นอายของต้นไม้ใบหญ้าในเมือง หนีออกนอกประตูเมืองมาถึงนอกเมืองได้อย่างราบรื่นแล้ว
นอกเมืองภูเขาซ้อนลดหลั่น ต้นไม้วัชพืชยิ่งหนาทึบ
เพียงก้าวเข้าสู่ป่าเขา สำหรับล่านเยว่ก็ประหนึ่งหยดน้ำที่หลอมรวมเข้ากับท้องทะเล
พลังพิเศษธาตุไม้ทำให้นางผสานกลิ่นอายของตัวเองเข้ากับผืนป่าได้อย่างไร้ที่ติ ไม่มีรั่วไหลแม้แต่น้อย
วิ่งทะยานเข้าไปในป่าลึก ล่านเยว่ไม่ยอมเสียเวลาสักนิด
ราชันย์วิญญาณมีวิธีที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้มากมาย นางไม่สามารถรับประกันได้ว่าตัวเองจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่ออยู่ในป่านี้ ต้องมุ่งลึกเข้าไปอีกเท่านั้น
ภายในลานบ้านเล็ก ๆ นั้น นางทิ้งของขวัญเอาไว้บางอย่าง
ขอแค่คนในสกุลซือถูย่างกรายเข้าไปอีก ถึงแม้จะไม่มีพลังพิเศษของนางควบคุมอยู่ เถาวัลย์เขียวกลายพันธุ์ที่ปกคลุมไปด้วยผงพิษพิเศษของเจ้าดอกน้อยทั่วทั้งลาน ก็จะมอบบทเรียนอันยากจะลืมเลือนให้พวกเขาเป็นแน่
ถึงตอนนี้ อันตรายถึงชีวิตก็คลี่คลายลงชั่วคราว
——————
เป็นคืนนั้น
บนต้นไม้ใหญ่โตมโหฬาร ในโพรงไม้แห้งผาก ล่านเยว่กำลังนอนอยู่ตรงนั้น นางวิ่งหนีไม่ยอมหยุดพักมาแล้วหนึ่งวันหนึ่งคืน เรี่ยวแรงถึงขีดจำกัด โชคดีที่กายาแท้แห่งวิหคเพลิงหลังจากการตื่นขึ้นมีพลังฟื้นฟูที่น่าตกใจ แม้แต่บาดแผลภายในที่เคยถูกแรงกดดันสั่นสะเทือนจนบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้ก็หายดีแล้ว
นางกำลังตรวจสอบของที่อยู่ในแหวนเก็บของของฮูหยินสกุลซือถู หินวิญญาณระดับต่ำมีสามพัน ทรัพย์สินเงินทองในโลกมนุษย์มีเป็นหมื่น ๆ ของวิเศษหายากและของวิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ มีอยู่บ้างประปราย
ทว่า ป้ายไม้เล็ก ๆ อันหนึ่งที่ดูแปลกแยกไม่เข้ากับสิ่งอื่นกลับดึงดูดความสนใจของนาง
หยิบขึ้นมาดู บนนั้นสลักลวดลายซับซ้อนและประหลาด ถืออยู่ในมือเบาอย่างเหลือเชื่อ แทบจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนัก
ลองใช้อัคคีเวทแห่งวิหคเพลิงลนดูสักหน่อย ไม่เพียงไม่เสียหายแม้แต่น้อย ความรู้สึกผูกพันราวกับสายเลือดเดียวกันที่อบอุ่นสนิทใจก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
ล่านเยว่ลุกขึ้นพรวดทันที นี่คือสิ่งของของพ่อกับแม่นาง! ต้องใช่แน่!
ทันใดนั้น เสียงต่อสู้ดังเข้ามาอย่างรวดเร็วจากไกลสู่ใกล้!
ยังไม่ทันที่ล่านเยว่จะได้ตอบสนอง ตูม! แรงมหาศาลก็พุ่งชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างจัง
ล่านเยว่ถูกแรงสั่นสะเทือนจนหล่นออกมาจากโพรงไม้โดยตรง โชคดีที่นางตอบสนองได้รวดเร็วมาก ใช้เถาวัลย์เขียวม้วนรัดร่างที่กำลังร่วงหล่นไว้ ไม่เช่นนั้นคงจะตกถึงพื้น
ล่านเยว่ก้มลงมอง เป็นอสูรยักษ์สองตัวกำลังต่อสู้กัน
ตัวหนึ่งตัวใหญ่เท่าวัวหนุ่ม สิงโตขาวโพลนทั่วทั้งร่าง กับอีกตัวคืองูเหลือมยักษ์หลากสี
หากตอนนี้มีผู้บำเพ็ญเพียรเห็นเข้า คงต้องตกตะลึงเป็นแน่
สองตัวนี้เป็นเจ้าป่าสูงสุดแห่งป่าทึบนี้ คืออสูรเจ็ดขั้นระดับสูง งูเหลือมพิษหลากสี และสิงโตขาวว่องไวเจ็ดขั้น
เมื่อกี้ก็คือสิงโตขาวถูกงูเหลือมฟาดกระเด็นมาชนต้นไม้นี้
ณ เวลานี้ ขาหน้าข้างขวาของสิงโตขาวมีเลือดพิษสีดำทะมึนไหลอยู่ มันพยายามดิ้นรนเพื่อลุกขึ้น แต่ขาหน้าตะกุยไปมาสองสามทีก็ขยับไม่ได้อีก เห็นได้ชัดว่าถูกพิษเข้าอย่างหนัก
ส่วนงูเหลือมยักษ์ตัวนั้น รูม่านตาสีเย็นเยียบเหลือบมองสิงโตขาวที่ไร้เรี่ยวแรงต่อต้านแล้ว ก็เลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ขึ้นมาข้างบน เห็นได้ชัดว่าเมื่อเทียบกับสิงโตขาวที่เป็นเหมือนเป็ดสุกพร้อมกินแล้ว มันอยากจะเขมือบล่านเยว่ที่สดใหม่ชุ่มฉ่ำมากกว่า
“ฟู่... ฟู่...” งูเหลือมส่งเสียงที่น่าขนลุกเป็นระลอก ๆ ตรงเข้ามาใกล้ล่านเยว่อย่างรวดเร็ว
ล่านเยว่เลิกคิ้วเล็กน้อย นางดูเหมือนขนมชิ้นน้อยนุ่มนิ่มน่ากินขนาดนั้นเชียว?
แต่นางยังไม่ทันได้แสดงฤทธิ์ เจ้าดอกน้อยที่ถูกปลุกให้ตื่นเหมือนกันบนข้อมือนางก็เดือดดาลแล้ว กล้าปลุกมันกับเยว่เยว่ ยังอยากจะกินเยว่เยว่อีก? ใครให้ดีหมืองูเหลือมยักษ์นี่มา? เหอะ!
ชั่วพริบตาต่อมา เจ้าดอกน้อยกระโดดออกจากข้อมือของล่านเยว่ไปยืนอยู่บนต้นไม้ กลีบดอกไม้สีแดงสดห้ากลีบพลิ้วไหวแล้วยืดยาวออกตามแรงลม จู่ ๆ ก็ยืดยาวขึ้น กลางอากาศพลันปรากฏปากมโหฬารที่อ้ากว้าง งูเหลือมยักษ์ยังไม่ทันจะได้ตอบสนอง ก็ถูกเจ้าดอกน้อยกลืนเข้าไปทั้งตัว...
“เอิ๊ก...”
หลังจากกลืนงูเหลือมยักษ์ลงไป เจ้าดอกน้อยใช้ใบไม้ลูบก้านดอกของตนอย่างมีชีวิตจิตใจ แล้วก็เรอออกมา
จากนั้น กลีบดอกสีแดงสดราวกับจะหยดเลือดก็หันมาโยกไปมาใส่เจ้าสิงโตขาวตัวใหญ่
เจ้าสิงโตขาวที่เห็นเหตุการณ์นี้เข้าไปหมอบอยู่บนพื้นแล้วตัวสั่นงันงก
ล่านเยว่เดิมทีอยากจะให้เจ้าสิงโตขาวนี่ไสหัวไปเสีย แต่พอคิดไปคิดมา เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่พาหนะสำเร็จรูปที่มีอยู่ตรงหน้าหรอกหรือ? มีพาหนะก็ไม่ต้องใช้สองขาเดินทางแล้วนะ!
ดังนั้น ล่านเยว่จึงประสานสายตากับดวงตากลมโตสีส้มอำพันของสิงโตขาว พูดยิ้มแย้มว่า “เจ้าต้าไป๋เอ๋ย พวกเราช่วยชีวิตเจ้าไว้ เจ้าซึ้งใจไหม?”
สิงโตขาวจ้องไปที่เจ้าดอกน้อย แสดงท่าทีว่ามันไม่กล้าขยับจริง ๆ
ล่านเยว่ยังคงยิ้มแย้มถามต่อว่า “เจ้าต้าไป๋ จะไปด้วยกันไหม? ไปกับข้าก็ได้กินของดีมีหน้ามีตา”
สิงโตขาว: ……