ยามดึก ณ ตำหนักสกุลม่อ เมืองผิงหยาง ภายในห้องลับ
ม่อหง ประมุขสกุลม่อ มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวจนแทบสะกดกลั้นไม่อยู่ วันนี้บุตรชายคนรองของเขาตายที่ตลาดของตระกูลเย่ ได้ยินว่าถูกเจ้าคนไร้ค่าของตระกูลเย่สังหาร แม้บุตรชายคนรองจะเป็นเพียงบุตรจากภรรยารอง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา จะไม่ให้โกรธได้อย่างไร ด้วยความเดือดดาล เขาจึงฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะหินข้างกาย
เสียงดังสนั่น โต๊ะหินพลันกลายเป็นผุยผง
“ท่านพ่อ โปรดระงับโทสะก่อนขอรับ” ชายหนุ่มวัยยี่สิบเศษซึ่งอยู่ข้างม่อหงเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม
ม่อหงหันไปมองชายหนุ่ม สีหน้าเขียวคล้ำจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ชายหนุ่มผู้นี้คือม่ออีหมิง บุตรชายคนโตของเขา ทั้งยังเป็นทายาทผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดของสกุลม่อในรอบร้อยปี อายุเพียงยี่สิบสามปีก็บรรลุขั้นหลอมแก่นระดับแปดแล้ว
“อีหมิง คราวนี้เจ้ากลับมาร่วมศึกล่าสัตว์ ได้ทักทายทางสำนักไว้แล้วหรือไม่”
“ทักทายไว้แล้วขอรับ อีกทั้งผู้ดูแลการรับสมัครของสำนักในคราวนี้ก็มาถึงเมืองผิงหยางพร้อมกับข้า เขาจะมาชมศึกล่าสัตว์ และคัดเลือกคนจากในงานหลายคนเข้าสำนักเทียนหลิง
ท่านพ่อวางใจได้ ศึกล่าสัตว์คราวนี้ อันดับหนึ่งต้องเป็นของสกุลม่อเราแน่นอน ส่วนความแค้นของน้องรอง ให้ข้าเป็นผู้ชำระเถิด ในศึกล่าสัตว์ ข้าจะตัดหัวศิษย์ตระกูลเย่ทุกคน เพื่อเซ่นสังเวยวิญญาณของน้องรองบนสวรรค์”
ม่ออีหมิงกล่าวอย่างหนักแน่น
ม่อหงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจยิ่ง จากนั้นก็แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
“ฮึ สังหารศิษย์แค่ไม่กี่คนยังไม่พอ หลังศึกล่าสัตว์สิ้นสุด บรรพชนก็น่าจะทะลวงขั้นได้แล้ว ถึงตอนนั้นจะถล่มตระกูลเย่ให้ราบเป็นหน้ากลอง”
