“คราวนี้สนกัวมาทั้งหมดแปดคน แต่มีแค่พวกเราสี่คนที่ผ่านการออดิชัน” เจียงหยางเปลี่ยนกลับมาพูดถึงบริษัทอย่างเป็นธรรมชาติ “เมื่อก่อนบริษัทเราเน้นทำเกิร์ลกรุ๊ป เพิ่งไม่กี่ปีมานี้เองที่เริ่มขยายมาทำบอยแบนด์ พอเจ้านายรู้ว่ามีรายการออดิชันแบบนี้ ก็เลยให้พวกเรามาลองดูว่าจะไปได้สวยไหม เส้นทางบอยแบนด์จะไปรอดหรือเปล่า”
“พูดง่าย ๆ ก็คือเอาพวกเราไปเป็นหนูทดลองนั่นแหละ” พูดถึงตรงนี้เขาก็หัวเราะออกมาก่อน “แต่ไม่เป็นไร หนูทดลองก็มีคุณค่าในแบบของหนูทดลองเหมือนกัน เผื่อมีใครสักคนในพวกเราฝ่าฟันไปถึงตำแหน่งเดบิวต์ได้จริง ๆ ล่ะก็ แบบนั้นก็ทำให้บริษัทได้หน้าแล้วไม่ใช่เหรอ”
“อืม สู้ ๆ”
เจียงหยางพูดราวกับว่าตัวเองแทบไม่มีโอกาสแทรกเข้าไปถึงตำแหน่งเดบิวต์ แต่เจียงตู้กลับไม่คิดว่าโอกาสของเขาจะริบหรี่ขนาดนั้น
ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจียงหยาง เจียงตู้ก็สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันยากจะมองข้ามในตัวอีกฝ่าย เช่นเดียวกับตอนนี้ ปากพูดจาเยาะเย้ยตัวเอง แต่ในดวงตากลับมีแรงฮึดที่ไม่ยอมแพ้
เจียงตู้เป็นคนค่อนข้างเงียบ ชินกับการสังเกตและเก็บงำความรู้สึก จึงแอบชื่นชมและสงสัยใคร่รู้พลังที่แสดงออกมาอย่างเปิดเผยแบบเจียงหยางอยู่บ้าง
แต่เขาไม่ได้พูดออกไป รายการเพิ่งเริ่มต้น ทุกคนต่างสวมหน้ากากหนาบ้างบางบ้าง การเปิดใจลึกซึ้งกับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานถือเป็นข้อห้ามอย่างยิ่ง
นั่งอยู่บนรถอีกพักหนึ่ง เจียงหยางก็หยิบลูกอมมินต์กล่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เทออกมาสองเม็ดบนฝ่ามือ แล้วยื่นให้เจียงตู้หนึ่งเม็ด
“กินลูกอมไหม? ช่วยให้สดชื่น แล้วก็กันเมารถได้ด้วย”
เจียงตู้รับลูกอมเม็ดนั้นมา แกะห่อแล้วใส่ปาก ความเย็นของมินต์แผ่ซ่านไปทั่วปลายลิ้น พร้อมรสหวานจาง ๆ
