เพี๊ยะ!
ชายคนนั้นเดินไปยืนตรงนั้น พับพัดเก็บ แล้วหยิบไม้ปลุกเสียงฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง ห้องโถงพลันเงียบสงัดในทันที
นักท่องเที่ยวจ้องมองเขาด้วยความสนใจใคร่รู้
นี่จะทำอะไร?
ทอล์กโชว์เหรอ?
ตาเฒ่าหรี่ตาลง เอี้ยวตัวไปข้างหน้า แล้วส่งเสียงกัมปนาท
“คราวที่แล้วเล่าว่า หวูเอ้อหลังหิ้วกระบองเดินเข้าร้านเหล้า เปิดม่านผ้าหยาบเดินเข้าไปข้างใน...”
เขาพูดเสียงดัง แม้แต่แผ่นหลังยังยืดตรงขึ้นอีกนิด ทำท่ายกม่านในอากาศ แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไป
“เตาถ่านตรงมุมตะวันตกเฉียงเหนือลุกไหม้ปะทุเสียงดัง บนผนังด้านตะวันออกแขวนหมูสามชั้นมันแผลบไว้ครึ่งซีก ในร้านมีโต๊ะแค่เจ็ดแปดตัว ถูกควันเหล้าและควันถ่านรมจนดำเป็นตอตะโก”
“เจ้าหวูซงนี่นะ ไม่แยแสเลยสักนิด ฟาดกระบองลงตรงมุมผนังดังเพี๊ยะ สะเทือนจนฝุ่นผนังร่วงกราว จากนั้นก็ตะโกนลั่น!”
ตาเฒ่ายืนนิ่ง น้ำเสียงทรงพลัง
“เสี่ยวเอ้อ! เอาเหล้าสาเกหอมกรุ่นสามชามมาให้ข้า!!”
“ทายซิว่าเกิดอะไรขึ้น?”
ตาเฒ่าทำท่าประหลาดใจ ก่อนยื่นมือยกชามราวกับยกดื่ม
“หวูซงรับเหล้ามา ลูกกระเดือกกระดกดังกรอก ๆ สามอึก! ซัดสามชามนั่นหมดเกลี้ยง!!”
โอ้โห!
ตาเฒ่าตบต้นขาดังฉาด
“ใครเขาดื่มเหล้ากันแบบนี้?! เจ้าของร้านยืนอ้าปากค้างอยู่หลังเคาน์เตอร์! ที่แท้ร้านนี้ มีป้ายแขวนข้างนอกว่า[สามชามล้มช้าง]...”
นักเล่านิทานแสดงสีหน้าท่าทางมีชีวิตชีวา น้ำเสียงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยวเป็นเสี่ยวเอ้อร้านนั้น เดี๋ยวเป็นหวูซงผู้น่าเกรงขาม
นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะแค่หยุดพักเท้า ดูการแสดงชำเลือง ๆ แล้วค่อยเดินขึ้นเขาต่อ กลับถูกเรื่องเล่าดึงดูดให้ฟังจนติดใจ!
