“โจวเหย่ นายมาครั้งแรกเหรอ?”
ผิงผิงพลางดันแว่นพร้อมกวาดตามองไปรอบ ๆ พลางถามด้วยความสงสัย
“ฉันมาที่เขาว่าน-หยวนหลายครั้งแล้วนะ รอบนี้ทุกจุดและกิจกรรมฉันก็เล่นมาหมด... ก็ประมาณนั้นแหละ”
เธอเหลือบมองชายหนุ่มข้างกายที่กำลังยิ้มอยู่ มวยผมเล็กที่รวบไว้ด้านหลังช่างโดดเด่นเสียจริง
“รู้สึกว่านายก็เป็นคนที่เล่นสนุกเหมือนกันนะ...”
โจวเหย่เดินไปกับเธอ ไม่ได้มองซอกแซกไปทั่ว แต่ทุกครั้งที่เขาเหลือบไปมองของบางอย่าง ดูเหมือนจะอ่านอะไรออกมา
“ฉันไม่เคยมา แต่พวกกลเม็ดพวกนี้... ถ้าเป็นฉัน ฉันก็จะออกแบบแบบนี้”
เขาเลิกคิ้วขึ้น “สนุกดีนะ แต่น่าเสียดายที่ตอนฝึกงานฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลามา”
ทั้งสองเดินเล่นพลางคุยกันไป ส่วนเสิ่นจวงและเพื่อนก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ เดินตามหลังแอบฟังพวกเขา
อะแฮ่ม...
จะเรียกว่าแอบฟังก็ไม่ได้หรอก
ผิงผิงพูดจาฉะฉานอยู่แล้ว เสียงก็ดังไม่เคยเบา
ส่วนไอ้หนุ่มมวยผมเล็กนั่นก็ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจปิดบังอะไร
ดังนั้นเขาเดินตามหลัง ก็ได้ยินชัดแจ๋วเลย
ป.ตรีปีสี่คนหนึ่ง ป.ตรีปีสองอีกคนหนึ่ง
เด็กมหา’ลัยในเขตเดียวกัน
เฮ้อ~
วัยรุ่นนี่ดีจริง... ดูก็รู้ว่าโดดเรียนมาเที่ยว!
เขาจินตนาการอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหัวชนเข้ากับแผ่นหลังของเจ้าหนุ่มมวยผมเล็กนั่น
คนนั้นหันมามองเขาครู่หนึ่ง แล้วจึงเผยรอยยิ้ม
“อาเฮีย แอบฟังเขาก็ต้องตั้งหน่อยนะครับ~”
“?”
เสี่ยวหลี่หลุดหัวเราะพรืดออกมา แล้วรีบเข้าไปไกล่เกลี่ย
แต่ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ กลับก้มมองตรงหน้าพร้อมกับผิงผิง
เสิ่นจวงตาโตโพลง รีบเข้าไปดูด้วย
ไอ้เด็กฉลาดพวกนี้! ต้องเจอของดีแน่เลย!
ในโถงใหญ่ ทางซ้ายมือใกล้ประตู บนคานแขวนมีกระดิ่งทองคำลูกเล็กแขวนอยู่
