ตลาดมืดริมลำธารทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวง
ฉินฉางหลินเดินเตร่ไปทั่วตลาดมืด ไม่สนใจสายตาไม่เป็นมิตรที่จับจ้องมาแม้แต่น้อย
เขารู้ไส้รู้พุงของเจ้าของตลาดมืดจากปากลูกพี่ลูกน้องมานานแล้ว เจ้าของตลาดแห่งนี้แซ่สื่อ ชื่อสื่อเจี้ยนตง
แต่หมอนี่เกลียดที่สุดเวลาคนอื่นเรียกชื่อเต็ม ยิ่งไม่ชอบให้เรียกเถ้าแก่สื่อหรือพี่ใหญ่สื่ออะไรทำนองนั้น
ลูกน้องกับคนคุ้นเคยต่างเรียกเขาว่า “พี่ใหญ่” หรือ “ตาเฒ่าสื่อ”
ตาเฒ่าสื่ออายุราวห้าสิบปีกว่า ๆ สมัยหนุ่มเคยอยู่ในแก๊งอันธพาล ต่อมาก็เป็นคนกลางรับเงินใต้โต๊ะให้รองผู้กำกับสถานีตำรวจ
พอญี่ปุ่นยึดเมืองได้ ผู้กำกับคนนั้นก็เลื่อนจากรองผู้กำกับขึ้นเป็นผู้กำกับเต็มตัว ส่วนกิจการตลาดมืดยังคงดำเนินต่อไป
ผู้กำกับคนนี้ยังไปพึ่งพาพันเอกโมริตะแห่งกองสารวัตรทหาร เงินที่หาได้ในแต่ละเดือนต้องแบ่งให้ฝ่ายนั้นส่วนหนึ่ง
ฉินฉางหลินที่ทะลุมิติมาอาจคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในโลกชาติก่อนเกินไป
ลึก ๆ แล้วเขาจึงไม่ค่อยกลัวอะไร แถมยังใจกล้า พอมีพื้นที่ระบบอยู่ในมือก็ยิ่งได้ใจ
เพราะงั้นพอเห็นเครื่องเคลือบสวย ๆ สองสามชิ้นในตลาดมืด เขาก็ซื้อ
ต่อมาเจอคนขายหยกมรกตกับหยกโบราณ เขาก็เหมามาอีก
พอเห็นคนขายไก่เป็นไก่กับเป็ดเป็นเป็ด เขาก็นึกว่าในยุคนี้ยังไม่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป เอาไปตุ๋นคงหอมอร่อย เลยซื้อเสียเลย
ไม่นาน ในมือเขาก็หิ้วถุงผ้าสองใบ ใบหนึ่งใส่ของกระจุกกระจิก อีกใบใส่ไก่กับเป็ดเป็น ๆ
เขายังใช้ปืนไรเฟิลโมซิน-นากันกระบอกนั้นแทนคานหาบ มัดถุงทั้งสองใบไว้ที่ปลายปืนคนละด้าน
