ฉินฉางหลินเก็บธนูกับลูกธนูและของอื่น ๆ เข้าไปในพื้นที่ระบบตรงตรอกตัน
คิดจะเล่นก็ต้องเล่นให้ใหญ่ไปเลย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว สู้บุกกวาดรังของพวกมันให้เกลี้ยงไม่ดีกว่าหรือ!
จากนั้นฉินฉางหลินก็หันหลังมุ่งหน้าไปยังรังของเฒ่าสื่อ ในเมื่อจะปล้นคนที่ปล้นคนอื่นอยู่แล้ว ก็จัดการกวาดรังมันให้เกลี้ยงไปเลย
เขาไม่ได้ย้อนกลับไปทางเดิม แต่ปีนข้ามกำแพงแล้วอ้อมไปแทน
หลังจากเขาออกจากตรอกตันไปได้ไม่นาน พวกที่คิดจะฉวยโอกาสปล้นซ้ำได้ยินเสียงตะโกนสองครั้ง ก่อนทุกอย่างจะเงียบสนิท
พวกนั้นรออีกสิบกว่านาทีถึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปดูในตรอก
ถึงได้เห็นว่าทั้งสี่คนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ทุกคนถูกยิงด้วยธนูทะลุอก
แต่ละคนมีเลือดปนฟองออกจากปาก หนึ่งในนั้นเป็นชายร่างใหญ่ที่ยังไม่ตายสนิท
เขาสั่นเทิ้ม กระอักเลือด พยายามร้องขอความช่วยเหลือ เสียงอู้อี้ครางฮือ ๆ นั่นทำเอาพวกที่เหลือแตกฮือหนีกระเจิง
ส่วนฉินฉางหลินลอบมาถึงหน้าบ้านเฒ่าสื่อ ตอนนั้นเป็นลานบ้านที่แขวนโคมไว้สองดวงตรงประตู
ในเวลานี้มันสะดุดตาเป็นพิเศษ!
ลูกพี่ลูกน้องของเขาเป็นคนบอกที่นี่มา เขาหารังของอีกฝ่ายเจอได้อย่างง่ายดาย ที่หน้าประตูมีคนเฝ้าอยู่คนเดียว กำลังสูบบุหรี่
ฉินฉางหลินย่องเข้าไปใกล้ หยิบธนูออกจากพื้นที่ระบบ แล้วค่อย ๆ ง้างสายธนู
คนเฝ้าประตูได้ยินเสียงสายธนูจากด้านหลัง จึงหันขวับกลับมา
ตอนนั้นฉินฉางหลินเข้ามาใกล้มากแล้ว อีกฝ่ายเพิ่งหันกลับมา อ้าปากจะถามว่า “ใครน่ะ?”
ยังไม่ทันได้ร้องออกมา ลูกธนูก็พุ่งปักเข้ากลางอก เขากุมอกพยายามร้องตะโกน
