ฉินฉางหลินเพิ่งออกมา ก็เหลือบมองหูฟังที่วางอยู่ตรงหัวเตียงเตาอุ่น ไม่ว่าจะเสี่ยวซิ่วหรือไห่ถังต่างก็ถามเขาแล้วว่ามันคืออะไร
เขาจึงบอกปัดว่าเพิ่งซื้อที่อุดหูมา ใช้ตอนนอนกลางคืน
ตอนนี้ผ่านมาสิบกว่าวันแล้ว นับตั้งแต่เขาแอบติดตั้งไมโครโฟนรับเสียงไว้ที่บ้านหลิวไห่จง
ไมโครโฟนนั่นแบตหมดไปนานแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้รับสัญญาณอะไรอีกเลย
แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่เขาฟังทุกวัน สิ่งที่ได้ยินก็มีแต่หวังจินฮวาถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
ไม่ก็หลิวไห่จงถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ทั้งสองแทบไม่พูดคุยกันแล้ว
ราวกับมีม่านบางอย่างที่มองไม่เห็นกั้นกลางอยู่
บทสนทนาระหว่างทั้งคู่ส่วนใหญ่จึงเป็นหลิวไห่จงที่คอยหาเรื่องมาชวนคุย แต่จากท่าทีระมัดระวังของเขา
ฉินฉางหลินเดาว่าในใจอีกฝ่ายคงกำลังระแวงอยู่เหมือนกัน ว่าหวังจินฮวารู้เรื่องอะไรเข้าแล้วหรือเปล่า
แต่เรื่องขายภรรยาแลกอนาคตแบบนี้ เขาย่อมไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด
นอกจากนั้นก็ไม่ได้ยินทั้งคู่คุยอะไรกันเป็นพิเศษ
ยิ่งไม่มีฉากวาบหวิวอย่างที่หลิวไห่จงใช้เวลาแค่หนึ่งหรือสองนาทีก็ทำให้คนท้องได้
เรื่องจุกจิกในชีวิตคู่มีให้ได้ยินอยู่ไม่น้อย หลังจากนั้นฉินฉางหลินก็เลิกฟัง
ตอนนี้เมืองหลวงยังอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของพวกญี่ปุ่น กลางคืนไม่มีอะไรให้ทำแก้เบื่อเลย
