ฉินฉางหลินนอนยาวจนถึงวันรุ่งขึ้น
พอตื่นขึ้นมาก็ส่ายหัวไปมา ล้างหน้าแปรงฟัน จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วกินอะไรนิดหน่อย ตั้งใจจะออกไปข้างนอก แต่ไม่คิดว่าไห่ถังจะดึงเขาไว้
นางยัดของกินใส่กระเป๋าสะพายของเขา ก่อนหยิบธนบัตรสองใบออกมาจากถุงเงิน
เป็นธนบัตรเหลียนอิ๋นที่เขาได้มาจากการขายทับทิมก่อนหน้านี้ จากนั้นนางก็หยิบธนบัตรเหลียนอิ๋นใบย่อยอีกหลายใบ ยัดใส่มือเขารวดเดียว
“ออกไปข้างนอกอย่าปล่อยให้ตัวเองลำบาก อยากกินอะไรก็กิน ไม่ต้องกลัวเปลืองเงิน”
มุมปากฉินฉางหลินกระตุก ท่าทางของไห่ถังชวนให้นึกถึงตอนเด็กที่เขาไปงานวัด แล้วแม่ยัดเงินใส่มือพร้อมบอกว่า “ซื้อแป้งย่างกินสิ”
เขามองไห่ถังอย่างพูดไม่ออก “พี่ไห่ถังไม่ได้บอกว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านเหรอ?”
“เก็บเงินก็ส่วนเก็บเงินสิ จะให้เจ้าไม่มีเงินใช้ได้ยังไง” ไห่ถังพูดอย่างมีเหตุผลเต็มที่
ถึงอย่างนั้นฉินฉางหลินก็ยังรู้สึกอบอุ่นในใจ แต่ก็อดอยากแกล้งนางไม่ได้
เขาจับมือนางไว้ ลูบหลังมือเบา ๆ หลายครั้ง “พี่ไห่ถังดีกับผมที่สุดเลย”
การกระทำของฉินฉางหลินทำให้ไห่ถังหน้าแดง นางรีบดึงมือกลับแล้วกวาดตามองซ้ายขวา
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ นางจึงถลึงตาใส่เขา “เจ้าคนนี้ ไม่ดูสถานที่เสียบ้าง! รีบออกไปเที่ยวได้แล้ว!”
ฉินฉางหลินหัวเราะหึ ๆ แล้วหมุนตัวออกจากบ้าน
เขาตั้งใจจะแวะไปดื่มชากับลูกพี่ลูกน้องก่อน จากนั้นค่อยออกไปสอดแนมเป็นครั้งสุดท้าย พอฟ้ามืดก็จะไปจัดการเซโตนีทันที
