หลอมโอสถ?
ฝึกฝนบำเพ็ญ?
ภายในพื้นที่คับแคบ ม่อฝานชะงักงัน บทสนทนาจากภายนอกทำให้เขาได้รู้จักโลกใบนี้ในเบื้องต้น
ดูเหมือนตัวเขาจะมาอยู่ในโลกที่สามารถฝึกฝนบำเพ็ญได้จริง ๆ?
คิดได้ดังนั้น ใจของม่อฝานก็พลันร้อนระอุขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
การฝึกฝนบำเพ็ญคือสิ่งที่เมื่อก่อนเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝัน ทว่าเวลานี้กลับทำให้เขาได้เห็นแสงสว่างแห่งความหวัง
กระนั้นไม่นานเขาก็ถอนหายใจอย่างจนใจ
นี่มันเกือบจะถูกคนจับไปหลอมโอสถอยู่แล้ว จะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ยังไม่รู้ ยังจะบำเพ็ญเพียรหาพระแสงอะไรอีก!
'ไม่ ต้องหนีออกไป ต้องหนีออกไปให้ได้!'
หลังจากห่อเหี่ยวอยู่ครู่หนึ่ง ม่อฝานก็รู้สึกไม่ยินยอมอย่างที่สุด เขาเริ่มปลุกใจตนเอง
เป็นเช่นนี้ เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ได้ยินบทสนทนาอีกหลายประโยค ทำให้รู้ว่าตนเองน่าจะอยู่ในสำนักแห่งหนึ่ง
และทั้งเขาเองกับอีกสองตัวซวย บัดนี้ถูกขังอยู่ในอาณาเขตของสิ่งที่เรียกว่า 'ถุงสัตว์วิญญาณ'
'ตุบ! ตุบ!'
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เสียงของบางอย่างร่วงหล่นลงมาก็ดังขึ้นอีกสองครั้ง
ม่อฝานเข้าใจดีว่าเป็น 'ห้าพิษ' อีกสองตัวที่ถูกจับโยนเข้ามา นั่นก็คือแมงป่องกับตุ๊กแก
กำลังคิดอยู่ จู่ ๆ ม่อฝานก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นที่แผ่นหลัง ราวกับถูกอะไรบางอย่างกัดเข้าเต็มแรง ทว่าวินาทีต่อมาเจ้าตัวกลับร้องโหยหวน เปล่งเสียง 'จี๊จี๊จี๊' ออกมา
'บัดซบ ต้องเป็นไอ้ตุ๊กแกเฮงซวยนั่นแอบเล่นงานข้าแน่!'
ม่อฝานเดือดดาล ง้างขาหลังขึ้นแล้วระเบิดพลังทันที ถีบไปด้านหลังเต็มแรง
ตุบ!
'จี๊จี๊จี๊——'
สมดังคาด เมื่อขานี้ถีบออกไป เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างกระเด็นลอยไป พร้อมกันนั้นก็มีเสียงร้องโหยหวนเป็นชุดดังมา
'เอ๋ พวกเจ้ายังตีกันอยู่อีกหรือ?'
เวลานี้เอง เสียงใสแจ๋วดังขึ้น จากนั้นม่อฝานก็รู้สึกราวฟ้าดินหมุนคว้าง แล้วสายตาก็สว่างวาบ
นี่คือออกจากถุงสัตว์วิญญาณแล้วหรือ?
เป็นโอกาสดีแท้!
ม่อฝานใช้ลูกตาปูดโปนทั้งสองกวาดมองรอบ ๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือเตาทองสัมฤทธิ์สูงครึ่งตัวคน ข้างกันมีเด็กหญิงในชุดกระโปรงเรียบยืนอยู่ อายุประมาณสิบเอ็ดสิบสองปี
สัตว์พิษอีกสี่ตัวเพิ่งปรากฏตัวก็แยกย้ายหนีทันที
ส่วนม่อฝานไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงหมอบอยู่ที่เดิม เพราะเขาเข้าใจดีว่าเด็กหญิงที่ดูใสซื่อไร้พิษภัยคนนี้ไม่มีทางปล่อยให้พวกมันหนีไปง่าย ๆ แน่
ถูกต้อง เพียงเห็นเด็กหญิงโบกมือเรียกครั้งหนึ่ง สัตว์พิษทั้งสี่ก็ปลิวกลับมาในพริบตา กลางอากาศร่างพวกมันดิ้นรนไม่หยุด ราวกับถูกพันธนาการด้วยพลังไร้รูปร่าง
'กิ๊กกิ๊กกิ๊ก…… พวกเจ้าตัวน้อยนี่ไม่น่ารักเลยนะ ยังไม่น่ารักเท่าเจ้าคางคกตัวนี้เลย'
'แม้ข้าเองก็อยากปล่อยพวกเจ้าไปเหมือนกัน แต่หากปล่อยพวกเจ้าจริง ๆ ข้าก็ไม่มีทางไปรายงานอาจารย์ท่าน ดังนั้นพวกเจ้าจงเข้าไปอยู่ในเตาด้วยกันให้หมดเถิด!'
'เชื่อฟังแล้วถูกหลอมเป็นโอสถ จงใช้ไออุ่นเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่เสีย!'
พร้อมกับเสียงหัวเราะของเด็กหญิงดังขึ้น ม่อฝานก็ได้ยินเสียง 'แกร๊ง' ใสแจ๋ว ฝาเตาทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ข้าง ๆ ถูกเด็กหญิงคนนี้เปิดออก จากนั้นสัตว์พิษทั้งสี่ก็ถูกส่งเข้าไปทีละตัว
ตอนนี้แหละ!
ม่อฝานแผดเสียงต่ำในใจ เขาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดกระโดดออกไปข้างนอกอย่างสุดกำลัง หนีไปทางประตูบ้านแบบไม่คิดชีวิต
'เอ๋?'
'เจ้าคางคกน้อย เมื่อครู่เพิ่งชมว่าเจ้าว่านอนสอนง่าย เหตุใดแค่ชั่วพริบตากลับรีบร้อนจะวิ่งหนีเล่า?'
'แต่ว่าเจ้าหนีไม่พ้นดอกนะ!'
ขณะที่ม่อฝานกำลังจะหนีพ้นประตู มีเสียงของเด็กหญิงคนนั้นดังขึ้นที่ข้างหู ทำให้เขาสะท้านวาบ
วินาทีต่อมา เขาก็รู้สึกถึงกระแสลมเย็นพัดมาปกคลุมทั่วร่าง จากนั้นร่างก็พลันแน่นตึง ราวกับถูกอะไรบางอย่างผูกมัด
'อย่านะ…… ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายังไม่เคยฝึกฝนเป็นเซียน ข้ายังไม่เคยได้กินเนื้อหงส์……'
'อ๊บอ๊บอ๊บอ๊บอ๊บ……'
ในใจของม่อฝานแตกสลายไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีหนทาง สุดท้ายถูกเด็กหญิงส่งเข้าไปในเตาทองสัมฤทธิ์
'ตูม!'
ละอองน้ำกระเซ็นซัด ม่อฝานถึงได้รู้ว่าตัวเองตกลงไปในแอ่งน้ำแห่งหนึ่ง ทว่าเมื่อได้กลิ่นฉุนของสมุนไพรที่อยู่รอบตัว เขาก็พลันเข้าใจในทันใด ไหนเลยจะเป็นแอ่งน้ำ ตรงนี้มันแอ่งโอสถชัด ๆ!
เขารู้ชะตากรรมของตนเองดี ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ที่นี่ควรเป็นด้านในของเตาหลอมโอสถใบนั้น!
เวลานี้ม่อฝานกลับสงบเยือกเย็นลง สายตาสำรวจรอบทิศ ก็พบว่าภายในเตาหลอมโอสถนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก หาได้ดูเล็กอย่างที่เห็นภายนอกไม่ มันกว้างถึงหลายจ้าง!
ขณะเดียวกัน นอกจากแมงป่องกับตุ๊กแกที่กำลังดิ้นรนตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำแล้ว งูเงินกับตะขาบหลังแดงก็กำลังพุ่งชนฝาเตาด้านบนอย่างสุดชีวิต
ทว่าฝาเตาหนักอึ้งเกินไป มิใช่สิ่งที่เจ้าสองตัวนี้จะสามารถงัดเปิดได้เลย
'ทำอย่างไรดี…… หรือว่าวันนี้จะต้องตายอยู่ที่นี่จริง ๆ?'
ในใจของม่อฝานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ไม่คิดว่าตัวเองเพิ่งจะได้มาเกิดใหม่ในโลกที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายเทพนิยาย แต่กลับต้องมาตายอย่างคับแค้นเช่นนี้ ถูกคนอื่นจับเป็นแล้วหลอมเป็นโอสถ นี่ทำให้ในใจเขารู้สึกไม่ยินยอมยิ่งนัก
ไม่ช้า อุณหภูมิภายในเตาก็พุ่งสูงขึ้น ผนังเตาแดงฉานและร้อนระอุ ส่งผลให้งูเงินกับตะขาบหลังแดงร่วงหล่นลงไปในน้ำโอสถ
ส่วนตุ๊กแกกับแมงป่องนั้นจมลงไปถึงก้นแอ่งโอสถตั้งแต่แรกแล้ว ม่อฝานจ้องมองไป ก็เห็นเลา ๆ ถึงพุงสีขาวของตุ๊กแกพลิกหงายขึ้น ที่มุมปากของมันยังมีฟองขาว ๆ เป็นชุด เหมือนถูกพิษเข้า
งูเงินก็ทนอยู่ได้ไม่นานเช่นกัน หลังจากดิ้นรนตะเกียกตะกายในแอ่งโอสถชั่วครู่ มันก็เดินตามรอยตุ๊กแกกับแมงป่อง ถูกน้ำท่วมจนจมตายทั้งเป็น
แต่ตะขาบหลังแดงกลับทำให้ม่อฝานคาดไม่ถึง มันอาศัยขาเดินที่กว้างใหญ่ร่อนไปมา สามารถลอยตัวอยู่เหนือน้ำได้อย่างน่าประหลาด
กระนั้นบัดนี้มันก็เหมือนแมลงวันไร้หัว ว่ายวนไปทั่ว คิดหาวิธีหนีออกไป แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้กลับมา สุดท้ายมันก็หยุดนิ่ง ไม่ไหวติง ราวกับตายไปแล้ว
'ไม่ถูกแล้ว เจ้าตัวนี่…… เหมือนจะแสร้งทำเป็นตาย!'
ม่อฝานมองดูตะขาบหลังแดง แม้ไม่เห็นมันขยับเขยื้อน แต่กลับจับได้อย่างชัดเจนว่ามันยังมีลมหายใจอ่อนรางยิ่งนัก
ม่อฝานกลอกตาไปมา จากนั้นก็พลิกตัวทันที ชูพุงขึ้นเหนือผิวน้ำ แล้วก็เริ่มแสร้งทำเป็นตายเช่นกัน
นี่คือการพนันของเขา ว่าเมื่อภายในเตาสงบลงแล้ว จะมีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นหรือไม่
ทว่าพอน้ำโอสถร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ในใจของม่อฝานก็ร้อนรนเหมือนไฟลน
เขาเข้าใจดีว่า นี่อาจเป็นความหวังสุดท้ายของตัวเขาเอง
บางทีอาจสัมผัสได้จริง ๆ ว่าภายในเตาสงบลงแล้ว ไม่ช้าฝาเตาก็ถูกเปิดออก จากนั้นมือเล็กขาวนวลเหมือนหยกยื่นเข้ามาในเตา โยนผลไม้สามผลลงไป
ตะขาบหลังแดงพลันขยับกาย เตรียมจะพุ่งออกไป แต่ด้วยเสียง 'เกร้ง' เสียงหนึ่ง ฝาเตาก็ปิดลงทันที ทำให้แผนของมันล้มเหลว
ม่อฝานก็พลิกตัวกลับมาในเวลานี้ สายตาจับจ้องไปที่ผลไม้สีแดงฉานสามผลที่อยู่ข้าง ๆ
'ของสิ่งนี้ไม่ใช่ผลไม้ที่ขึ้นบนต้นวิเศษในถ้ำหินย้อยหรอกหรือ?'
'ฟังจากน้ำเสียงของหญิงผู้นั้น เหมือนจะเรียกว่าผลวิญญาณแต่กำเนิด!'
ม่อฝานกำลังคิดอยู่ ก็เห็นตะขาบหลังแดงข้าง ๆ อ้าปากกัดเข้าใส่ผลวิญญาณผลหนึ่งทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ม่อฝานก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เช่นเดียวกัน เขาอ้าปากกลืนผลวิญญาณผลหนึ่งลงท้องในคราเดียว
ผลวิญญาณเพิ่งตกถึงท้อง ม่อฝานก็รู้สึกถึงกระแสไออุ่นสายหนึ่งพลุ่งพล่านขึ้นในท้อง ทะลวงตรงไปยังสมอง กลับกลายเป็นช่วยให้ลำคอของเขาโล่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
'อา…… ข้า…… ข้ากลายเป็นปิศาจแล้ว!'
ด้านข้าง ประโยคแหบพร่าแฝงความเจ็บปวดดังขึ้น มันทำให้ม่อฝานตกใจ หันไปมอง ก็เห็นหัวของตะขาบหลังแดงกำลังแปรเปลี่ยนไม่เป็นรูปเป็นร่าง ราวกับจะระเบิดกระจาย
'ให้ตายเถอะ ไอ้ตะขาบพูดได้?!'
ด้วยความตื่นตระหนก ม่อฝานอ้าปากแล้วก็พ่นสุดยอดวาจาแช่งประจำชาติออกมา
วินาทีต่อมาเขาก็ตะลึงงันไปเลย เพราะเขาได้ยินเสียงพูดของตัวเอง มันแหบพร่าเช่นกัน แต่มิใช่เสียงอ๊บ ๆ ของกบอีกต่อไป หากเป็นภาษาคนแท้ ๆ!
ภาษาเหล่านี้แม้มิใช่ภาษาหัวเซี่ยในชาติก่อน แต่ที่แปลกคือม่อฝานสามารถฟังเข้าใจได้จริง ๆ
'อ๊า——!'
ทันใดนั้น ม่อฝานก็ร้องโหยหวนลั่น เพราะเขารู้สึกว่าจู่ ๆ หัวของตัวเองก็ปวดเสียจนแทบตาย ราวกับจะระเบิดกระจาย เหมือนมีพลังสายแล้วสายเล่าปะทะเข้าที่สมองของเขา ทำให้เขาทรมานจนไม่อยากมีชีวิต
ลึก ๆ แล้ว เขาเกิดภาพลวงตาอย่างหนึ่งขึ้นมา นั่นก็คือเมื่อใดที่พลังเหล่านี้ทลายพันธนาการบางอย่างในสมองของเขาได้ เขาก็จะได้ถอดกระดูกเปลี่ยนร่างอย่างแท้จริง!
ทว่าขณะนั้นเอง พลังเหล่านี้เหมือนกำลังค่อย ๆ ลดจางลง นี่ทำให้ม่อฝานสะดุ้งตกใจอย่างยิ่ง
'บัดซบ จะหนีรอดหรือไม่และได้กินเนื้อหงส์หรือไม่ ก็ดูที่ครั้งนี้แล้วกัน'
'สู้ตาย!'
ม่อฝานสบถด่าในใจ หันกลับไปแล้วก็อ้าปากกลืนผลวิญญาณแต่กำเนิดอีกผลเข้าไปในท้องด้วย
เพียงชั่วเสี้ยววินาที ในท้องก็มีประกายร้อนผ่าวปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกันนั้นก็มีกระแสลมปราณทะลวงตรงไปยังสมอง ยังมีกระแสลมอีกไม่น้อยหลอมรวมเข้ากระดูกทั่วร่าง
ในขณะเดียวกัน ด้านข้างก็มีเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูดังขึ้น หัวอันน่าเกลียดน่ากลัวของตะขาบหลังแดงพลันกลายเป็นหัวคนในม่านหมอกสีดำ
'บัดซบ ไอ้ตะขาบนี่มันเป็นปิศาจจริง ๆ แล้วหรือ?!'
ม่อฝานร้องลั่นในใจ ก็เห็นอีกฝ่ายมองมาที่เขาครั้งหนึ่ง แล้วหัวก็พุ่งขึ้นไปทางฝาเตาหลอมโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
'ตูม!'
เสียงกระแทกเบา ๆ ดังขึ้น ฝาเตาหลอมถูกกระแทกกระเด็นออกไป
'อ๊า!'
นอกเตามีเสียงเด็กหญิงคนนั้นกรีดร้องตกใจ จากนั้นก็เดือดดาลลั่น 'ดีนัก เจ้าหนอนร้อยเท้า กล้าลักกินผลวิญญาณกลายเป็นปิศาจ!'
'วันนี้จะต้องจับตัวเจ้าให้ได้!'
ฟังความเคลื่อนไหวนอกเตา ม่อฝานก็สัมผัสได้ในที่สุด ว่าพันธนาการในสมองถูกทลายเปิดแล้ว
ชั่วพริบตาเดียว เขารู้สึกแค่ว่าสมองของตัวเองปลอดโปร่งแจ่มใสยิ่งนัก ทั้งสายตาและหูก็ว่องไวกว่าแต่ก่อนมากนัก ที่สำคัญคือภายในร่างเหมือนมีพละกำลังมหาศาลสะสมอยู่ ยังมีความทรงจำพิเศษสายหนึ่งด้วย
ทว่าในยามนี้เขาไม่มีเวลาสนใจสิ่งเหล่านี้ เขาก้มมองภาพเงาใบหน้าคนที่สะท้อนในน้ำโอสถ แล้วก็กระโดดลอยขึ้นไป กระโจนออกจากเตาหลอมโดยตรง
