“หา?”
ชิงเสวี่ยอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบนึกย้อนกลับไป
แต่พอนึกอยู่นานก็พบว่าในหัวว่างเปล่า
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านประธาน… ขอโทษค่ะ เมื่อกี้สถานการณ์ฉุกละหุกมาก ฉันเลยไม่ได้สังเกต…”
อีกด้านของสายโทรศัพท์
ตงอวี้จิงยกมือขึ้นกุมขมับ ครู่หนึ่งถึงกับพูดไม่ออก
“เอาเถอะ เธอกลับมาก่อน”
“ค่ะ…”
หลังวางสาย
ตงอวี้จิงถอนหายใจ แล้วหันไปมองลู่เฉิงเยว่ที่นั่งอยู่บนโซฟา
“รองประธานลู่ พอชิงเสวี่ยกลับมาแล้ว พวกคุณสองคนคุยกันให้ละเอียด ยืนยันให้แน่ใจว่าเฉินโม่กับคนสวมหน้ากากกวางขาวเป็นคนคนเดียวกันหรือเปล่า”
“เข้าใจแล้วครับ”
ลู่เฉิงเยว่พยักหน้า ก่อนจะอดชมไม่ได้ว่า “ท่านประธาน สมกับเป็นทายาทตระกูลใหญ่แห่งมณฑลเจียงหนานของเราจริง ๆ อายุยังน้อยแต่ฉลาดหลักแหลมเหลือเกิน”
“ถ้าเมื่อวานท่านไม่เตือน ผมคงนึกไม่ถึงเรื่องนี้จริง ๆ!”
“ยิ่งผมนึกย้อนกลับไปตอนนี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ว่าจะรูปร่างหรือวิธีพูด เฉินโม่กับชายสวมหน้ากากคนนั้นเป็นคนเดียวกันชัด ๆ!”
ลู่เฉิงเยว่ยอมรับจากใจจริง
หลังงานหมั้นที่คฤหาสน์ยอดเมฆจบลงเมื่อวาน
เขาก็รีบกลับมารายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ตงอวี้จิงฟังทันที
ใครจะคิดว่าหลังฟังจบ ตงอวี้จิงกลับไม่พูดอะไรสักคำ เอาแต่ถามเขาว่า เฉินโม่กับคนสวมหน้ากากกวางขาวที่เจอในงานประมูลดูคล้ายกันหรือเปล่า
คำถามนั้นทำให้ลู่เฉิงเยว่ตาสว่างขึ้นมาทันที
“พอได้แล้ว เลิกประจบเสียที”
ตงอวี้จิงปรายตามองเขา
ที่จริงแล้วตงอวี้จิงมีแผนของตัวเอง
คืนวันงานประมูล
สมาคมวิถียุทธ์ของพวกเธอทุ่มเงินไปตั้งมาก กว่าจะประมูลสมบัติมาได้กลุ่มหนึ่ง
แต่สุดท้ายกลับถูกชายลึกลับที่สวมหน้ากาก “กวางขาว” เอาไปหมด!
แม้ตอนนั้นพวกเธอจะจำเป็นต้องยอมเพื่อรักษาชีวิตก็ตาม
