หากเป็นวันปกติ ต่อให้เอาของพวกนี้มาวางกองไว้ตรงหน้า เขาก็ไม่แม้แต่จะก้มลงเก็บ
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน
ของวิเศษขั้นต่ำพวกนี้ แม้เขาจะไม่ได้ใช้ แต่เจียงอีหนั่วกับหลินชางไห่ใช้ได้
ทั้งคู่เพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเซียน
สำหรับพวกเขาแล้ว ของเหล่านี้ล้วนเป็นของดีทั้งนั้น
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็เก็บไปเถอะ เดี๋ยวค่อยแบ่งให้เจียงอีหนั่วกับหลินชางไห่”
เฉินโม่คิดในใจเงียบ ๆ
โดยรวมแล้ว เขาพอใจกับผลลัพธ์ครั้งนี้มาก
ไม่ว่าจะเป็นศิลาวิญญาณหรือของวิเศษขั้นต่ำพวกนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เขายังไม่มีในตอนนี้
เฉินโม่ยกมือโบกเบา ๆ
หีบสมบัติใบใหญ่หลายใบพร้อมของที่อยู่ข้างในพลันหายวับไป ถูกเก็บเข้าแหวนเก็บของของเฉินโม่ทั้งหมด
“อย่าเหม่อ กอดฉันไว้แน่น ๆ เราต้องไปกันแล้ว!”
เฉินโม่มองหลินหว่านเอ๋อร์ในอ้อมแขนแล้วเตือน
“ได้...”
หลินหว่านเอ๋อร์ได้สติ รีบพยักหน้าแล้วกอดเฉินโม่แน่น
ในใจยังคงปั่นป่วนไม่หาย
เก็บก้อนหินไปแล้ว ตอนนี้ยังเก็บหีบได้อีกด้วย
เธออดสงสัยอย่างจริงจังไม่ได้ว่า หากเฉินโม่ต้องการ เขาคงเก็บพื้นที่รกร้างผืนนี้ไปได้ทั้งผืน
เฉินโม่คร้านจะคิดมาก เขาโคจรพลังวิญญาณ
“ฟิ้ว!”
ลำแสงพุ่งทะยานขึ้นฟ้า เพียงชั่วพริบตา ทั้งสองก็หายลับไปจากท้องฟ้าเหนือพื้นที่รกร้าง
……
ไม่กี่นาทีต่อมา
ป่าละเมาะข้างทะเลสาบจำลองของมหาวิทยาลัยเจียงเป่ย
ทั้งสองร่อนลงสู่พื้น
หลินหว่านเอ๋อร์ลงจากตัวเฉินโม่ เท้าทั้งสองเหยียบพื้นจริง ๆ แล้ว แต่เธอยังมึนงงอยู่
เวลาเพียงครึ่งวัน
เหาะเหิน ระเบิดภูเขา เก็บของจากอากาศว่างเปล่า
โลกทัศน์ที่เธอสร้างขึ้นมาตั้งแต่เด็กถูกทำลายจนย่อยยับ
เธอกัดริมฝีปากแดงเบา ๆ ในที่สุดก็อดไม่ได้ เอ่ยถามสิ่งที่อัดอั้นมาตลอดทาง “เฉินโม่...นาย...นายเป็นใครกันแน่ เก่งเกินไปแล้วมั้ง?”
