“ทำอย่างอื่นบ้างไหม?”
เฉินโม่หันมามองเธอ “ทำอะไร? ทำเธอน่ะเหรอ?”
“แค่ก ๆ ๆ...”
หลินหว่านเอ๋อร์สำลักจนเกือบหายใจไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะเถียงอย่างดื้อรั้นว่า “นะ...นายพูดอะไรน่ะ ใครอยากให้นายทำกัน ฉันก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง”
“ถ้าไม่ได้คิดแบบนั้นก็รีบแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วไปกันเถอะ” เฉินโม่ละสายตากลับมา
“นาย...”
หลินหว่านเอ๋อร์จะพูดอะไรได้อีก?
“ได้ ฉันแต่งก็ได้ เฉินโม่ ต่อไปอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”
พูดจบ หลินหว่านเอ๋อร์ก็รีบสวมเสื้อผ้าให้เร็วขึ้น
เฉินโม่เหลือบมองเธออย่างไม่ใส่ใจ แต่ไม่ได้ตอบ
เขารู้ดีว่าแม่สาวน้อยคนนี้คิดอะไรอยู่
ก็แค่โกรธที่เขาไม่ได้แตะต้องเธอเท่านั้นเอง
จะว่าไป รูปร่างหน้าตาของหลินหว่านเอ๋อร์นั้นงดงามเป็นเลิศ หาได้ยากยิ่งจริง ๆ
หากอยู่ในโลกบำเพ็ญเซียน เธอก็ไม่ด้อยไปกว่าศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ของสำนักบางแห่งเลย
ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไป พออยู่กันตามลำพังสองต่อสองถึงขั้นนี้ คงหักห้ามใจไม่ไหวไปนานแล้ว
น่าเสียดายที่คนที่เธอเจอคือเฉินโม่
บำเพ็ญเพียรมาห้าร้อยปี หากไม่มีจิตใจหนักแน่น ก็คงกลายเป็นกระดูกแห้งอยู่ในหลุมศพไปนานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น...
พลังหยางบริสุทธิ์ของผู้ยิ่งใหญ่ขั้นหยวนอิงอย่างเขา เป็นของบำรุงชั้นดีสำหรับสาวธรรมดาอย่างหลินหว่านเอ๋อร์
เฉินโม่ไม่มีทางมอบมันให้เธอแน่
“ไปกันเถอะ ฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว”
หลินหว่านเอ๋อร์จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินกะเผลก ๆ มาหยุดตรงหน้าเฉินโม่
บั้นท้ายของเธอแสบร้อน ทุกครั้งที่ก้าวเดินก็เจ็บจนต้องแยกเขี้ยว
