“สมบัติเวทระดับกลางชิ้นหนึ่ง เป็นกระถางโอสถสำหรับหลอมยา” เฉินโม่ตอบ
“หลอมยา?” หลินชางไห่ชะงักไป
“อืม”
เฉินโม่อธิบายเรียบ ๆ ว่า “วิชาหลอมยานั้น มีทั้งการควบคุมไฟ และการเลือกกระถางเตาหลอม”
“เตาหลอมที่หล่อจากเหล็กธรรมดา ย่อมกักฤทธิ์ยาไว้ไม่ได้ ทั้งยังทนไฟแท้ไม่ไหว หลอมไปสักสามถึงห้าเตาก็พังแล้ว”
“ยาที่หลอมออกมา หากไม่ถึงกับฤทธิ์ยาเสื่อมสลาย ก็อาจระเบิดเตาหลอมได้เลย”
“แต่กระถางใบนี้ไม่เหมือนกัน”
“สมบัติเวทระดับกลาง ทนไฟแรงได้ กักฤทธิ์ยาไว้ได้ มีมันอยู่ อัตราการหลอมสำเร็จก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า”
หลินชางไห่พยักหน้ารัว ๆ
อดทอดถอนใจไม่ได้ว่าอาจารย์ของตนไม่ใช่นักบำเพ็ญเซียนธรรมดาจริง ๆ
“อาจารย์ช่างเป็นเทพเซียนโดยแท้”
หลินชางไห่เอ่ยชมจากใจ “ถ้าอย่างนั้นพวกเราใช้เงินเกินหนึ่งพันล้าน ซื้อสมบัติเวทระดับกลางมาได้ชิ้นหนึ่ง นับว่าคุ้มสุด ๆ เลยครับ!”
“ก็ประมาณนั้น”
เฉินโม่ตอบเสียงเรียบ
คุ้มจริง ๆ เพราะในโลกบำเพ็ญเซียน สมบัติเวทระดับกลางชิ้นหนึ่งมีราคาหลายแสนศิลาวิญญาณ
ตอนนี้ใช้เงินปุถุชนกว่าหนึ่งพันล้าน ก็ได้สมบัติเวทระดับกลางมาชิ้นหนึ่ง
จะไม่นับว่าคุ้มได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น กระถางโอสถใบนี้ก็เป็นสิ่งที่เฉินโม่กำลังต้องการพอดี
เส้นทางบำเพ็ญเซียนของเจียงอีหนั่ว หลินชางไห่ และคนอื่น ๆ เพิ่งเริ่มต้น ต่อไปยังต้องใช้โอสถอีกมาก
มีกระถางโอสถทองแดงใบนี้แล้ว ก็สะดวกขึ้นเยอะ
ขอเพียงมีสมุนไพรเพียงพอ ก็ผลิตโอสถได้ไม่ขาดสาย
……
หลังเหตุการณ์เล็ก ๆ ผ่านไป งานประมูลก็ดำเนินต่อ
แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
สายตาที่ผู้คนด้านล่างมองเฉินโม่เปลี่ยนไปหมดแล้ว
ทุกคนเต็มไปด้วยความยำเกรง
หลังจากนั้นก็มีของออกประมูลอีกไม่น้อย
ทว่า นับตั้งแต่เฉินโม่ประมูลกระถางโอสถได้ เขาก็ไม่ได้ยื่นประมูลอะไรอีก
