หลินชางไห่รู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
การแสดงใหญ่?
การแสดงใหญ่อะไร?
หรือว่าอาจารย์คิดจะลงมือที่นี่เลย?
เขาเลิกคิ้ว กำลังจะเอ่ยถาม
“โครม!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงทึบดังขึ้น
ทางออกเพียงแห่งเดียวของโถงใต้ดิน!
ประตูโลหะผสมหนาหนักสองบานกลับปิดสนิทลงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“หืม?”
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หลินชางไห่เท่านั้น
ทุกคนต่างชะงักงัน
“อะไรกันเนี่ย?”
“เถ้าแก่ถัง ทำไมถึงปิดประตูล่ะ?”
ใครบางคนสบถพลางหันไปดึงประตู
แต่พอยกมือขึ้นได้ครึ่งทาง ร่างทั้งร่างก็แข็งค้างอยู่กับที่
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว
คนหลายร้อยคนในงานแทบจะหยุดนิ่งพร้อมกันในชั่วพริบตา ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้
นิ้วขยับไม่ได้
ขาก็ขยับไม่ได้
แม้แต่คอก็หันไม่ไหว
เหลือเพียงดวงตาคู่แล้วคู่เล่าที่กลอกไปมาอย่างหวาดผวา
“อื้อ! อื้อ ๆ!”
“พลังของฉัน… ทำไมถึงรวบรวมพลังไม่ขึ้น!”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? มีคนวางยาหรือเปล่า?”
ยอดฝีมือที่มีพลังภายในอยู่ในขั้นสูงยังพออาศัยพลังอันแข็งแกร่ง เค้นคำพูดออกมาจากซอกฟันได้บ้าง
ส่วนนักยุทธ์ขั้นพลังภายนอก แม้แต่ส่งเสียงยังลำบาก
หลินชางไห่เองก็ใจหายวาบ
แต่ในวินาทีถัดมา เขาก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
คนอื่นกลายเป็นท่อนไม้กันหมด
แต่ทั่วทั้งร่างของเขากลับยังสบายดี ไม่มีแม้แต่ขนสักเส้นที่ได้รับผลกระทบ
ภายในร่างมีกระแสพลังอุ่นสายหนึ่งหมุนวนอย่างเชื่องช้า คอยปกป้องร่างกายของเขาไว้
หลินชางไห่เข้าใจได้ทันที
นี่เป็นฝีมือของอาจารย์สินะ
เขาลดเสียงลง “อาจารย์หมายความว่ายังไงครับ? ควบคุมทุกคนไว้แบบนี้ หรือว่า… คิดจะปล้นทุกคนเหรอครับ?”
