“มาทำความรู้จักกันหน่อย ฉันชื่อหวังพั่งจื่อ นายชื่ออะไร?”
ชายหนุ่มร่างท้วมเล็กน้อยยิ้มพลางยื่นหมากฝรั่งให้
“เฉินโม่”
เฉินโม่ไม่ได้รับของมา เพียงตอบเสียงเรียบ
“ได้ งั้นต่อไปเราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันแล้ว ฉันเรียกนายว่าเหล่าโม่ก็แล้วกัน!”
หวังพั่งจื่อไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนแม้แต่น้อย เขายื่นหน้าจอโทรศัพท์ไปตรงหน้าเฉินโม่ทันที บนหน้าจอมีรูปสาวงามสองคนที่มีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างชัดเจน
คนหนึ่งดูเย็นชาและสูงศักดิ์ แฝงด้วยความเย่อหยิ่งที่ชวนให้คนไม่กล้าเข้าใกล้
ส่วนอีกคนดูสดใสเปี่ยมชีวิตชีวา ใบหน้าประณีตงดงามไร้ที่ติ
“เหล่าโม่ ในฐานะคนนอก ช่วยตัดสินให้พวกเราหน่อย!”
หวังพั่งจื่อชี้ไปที่รูปถ่าย พูดรัวจนแทบพ่นน้ำลาย
“เมื่อกี้พวกเรากำลังเถียงกันอยู่ ไอ้สองคนนี่ดันบอกว่ารุ่นพี่เจียงชิงเยว่ปีสามมีเสน่ห์แบบผู้หญิงมากกว่า แถมยังสวยกว่าอีก”
“แต่ฉันยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่า หน้าตาของเจียงอีหนั่ว น้องสาวเธอต่างหากที่เรียกได้ว่าสวยจนไร้คู่แข่ง นายว่าในสองพี่น้องคู่นี้ ใครเหนือกว่ากัน?”
เฉินโม่เหลือบมองหน้าจออย่างไม่ใส่ใจ
แต่เมื่อสายตาแตะเข้ากับรูปของ “เจียงอีหนั่ว”
แววตาของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย หยุดนิ่งอยู่ชั่ววินาที
ใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ห่างไกลไปนานปรากฏขึ้นในความทรงจำที่ถูกฝังลึกของเขา
ตระกูลเฉินกับตระกูลเจียงมีความผูกพันกันมายาวนาน
เมื่อเทียบกับเจียงชิงเยว่ คู่หมั้นในนามคนนั้นแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินโม่กับเจียงอีหนั่วซึ่งอายุเท่ากัน กลับสนิทสนมกันมากกว่า
ในส่วนลึกของความทรงจำ ตอนเด็ก ๆ เขากับเจียงอีหนั่วมักเล่นด้วยกันอยู่เสมอ
เกมที่ทั้งคู่ชอบเล่นที่สุดคือเล่นบทบาทสมมติเป็นพ่อแม่ลูก เจียงอีหนั่วตัวน้อยมักเอาผ้าปูที่นอนมาคลุมตัวแทนชุดเจ้าสาว แล้วเรียกเขาด้วยเสียงอ้อแอ้ว่า “เจ้าบ่าว” ทั้งยังบอกว่าโตขึ้นจะต้องแต่งงานกับเขาให้ได้
