“เอ่อ... ท่านปรมาจารย์...”
เว่ยหยงหัวมีสีหน้าลำบากใจ
“โสมร้อยปี กับเหอโส่วอูชั้นเลิศอะไรพวกนี้ ผมหามาได้อยู่แล้วครับ”
“แต่บัวน้ำแข็งแห่งบึงเย็นกับหลินจือม่วงเพลิงแดง... ความรู้ของผมยังตื้นเขิน ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย นี่เป็นชื่อโบราณที่สาบสูญไปแล้วหรือครับ?”
เฉินโม่มีสีหน้าเรียบเฉย “ไปถามคนที่รู้เรื่องนี้ ข้าต้องการแค่ยา ไม่สนใจขั้นตอน”
“ได้ครับ!”
เว่ยหยงหัวพยักหน้า รีบเก็บรายการยาไว้ให้ดี
จากนั้นก็ยิ้มแย้มต่อ “จริงสิครับ ท่านปรมาจารย์ ทานมื้อกลางวันหรือยังครับ?”
“กินแล้ว”
เฉินโม่ตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหยิบศิลาตรวจร่างที่ทำเสร็จแล้วออกมา
“ตุบ”
ก้อนกรวดสีเขียวก้อนนี้ตกลงบนโต๊ะทำงานไม้แดงตัวใหญ่ เกิดเสียงทึบดังขึ้น
เว่ยหยงหัวชะงัก “ท่านปรมาจารย์ นี่คือ...”
“นี่คือศิลาตรวจร่าง”
เฉินโม่ใช้นิ้วแตะลงบนโต๊ะสองสามครั้ง ก่อนสั่งเสียงหนักแน่นว่า
“หาวิธีให้คนมาสัมผัสหินก้อนนี้ ยิ่งมากยิ่งดี ไม่ว่าจะเป็นคนท้องถิ่นเจียงเป่ยหรือคนจากต่างมณฑล ใครก็ได้ทั้งนั้น!”
เว่ยหยงหัวฟังแล้วงุนงงไปหมด
ให้คนมาสัมผัสหิน?
นี่มันวิธีการอะไรของเซียนกัน?
แต่เขาเป็นคนฉลาด
ท่านปรมาจารย์สั่งอะไรมาก็แค่ทำตาม
“ไม่มีปัญหาครับ! ท่านปรมาจารย์วางใจได้ ผมรับรองว่าจะจัดการให้เรียบร้อยสวยงาม”
เว่ยหยงหัวรับปาก
สำหรับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเจียงเป่ยอย่างเขา เรื่องนี้ง่ายมาก
แค่จัดกิจกรรมสักงาน แจกเงินรางวัลสักหลายล้าน ก็รับรองว่าคนหลายแสนจะแห่กันมาต่อแถวสัมผัสหินแน่นอน
