ทั้งที่แค่กะพริบตา บนเวทีก็มีคนเพิ่มมาอีกคนแล้วงั้นหรือ?
แถมคนคนนี้ยังเป็นหน้ากากกวางขาวผู้มีสายตาเฉียบคมคนนั้นไม่ใช่หรือ?
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ทุกคนโดนพิษธูปกันหมดแล้ว!
แล้วทำไมเขาถึงไม่เป็นอะไร?
แถมยังโผล่ขึ้นมาบนเวทีได้อย่างไร้ที่มาอีก!
“หืม?”
เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของทุกคน ชายชราก็ทำหน้าฉงน
“พวกเจ้าทำหน้าอะไรกัน? ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ท่านไม่น่ากลัวหรอก ที่น่ากลัวคือผมต่างหาก” เฉินโม่เอ่ยขึ้น
พอได้ยินเสียงดังมาจากข้างกาย ชายชราก็ชะงักงัน ก่อนหันขวับไปตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นเฉินโม่ เขาก็ถึงกับอึ้งไป
“เป็น...เป็นเจ้า?”
“เจ้า...เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เดี๋ยวก่อน ทำไมเจ้ายังขยับได้?”
“นี่...นี่มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ ธูปผนึกไขกระดูกของข้าไร้เทียมทานทั่วหล้า ต่อให้ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์สูดเข้าไป ก็ไม่มีทางปลอดภัยไร้ร่องรอย!”
ชายชราพูดรัวเป็นชุด
แต่เฉินโม่คร้านจะตอบ เขาปลดปล่อยแรงกดดันจากขั้นหยวนอิงออกมาเพียงเสี้ยวหนึ่งโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
วินาทีต่อมา
ชายชรารู้สึกแน่นหน้าอก ราวกับถูกภูเขาลูกใหญ่กดทับ
ขาทั้งสองข้างสั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่
“ตุ้บ!”
ร่างทั้งร่างแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ คุกเข่าลงต่อหน้าเฉินโม่
“ตอนนี้เข้าใจแล้วหรือยัง?” เฉินโม่กล่าวเสียงเรียบ
“เข้า...เข้าใจแล้ว!” ชายชราตัวสั่นงันงก
จะไม่เข้าใจได้อย่างไร!
เขาไม่รู้สึกถึงอะไรเลยสักนิด แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับเคลื่อนย้ายพริบตามาอยู่ข้างตัวเขาได้
แถมยังใช้วิชาอะไรนี่อีก!
ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง ทำไมจู่ ๆ เขาถึงรู้สึกหวาดกลัวจนแทบขาดใจ?
ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์
ความกลัวฝังลึกถึงกระดูก
