“หืม?”
พอได้ยินคำพูดของหลานสาว ผู้เฒ่าหลินก็ชะงักไป
เธอรู้ได้ยังไงว่าแซ่เฉิน?
แต่เขาไม่ได้คิดอะไรมาก จึงพูดต่อว่า “ใช่ แซ่เฉิน หว่านเอ๋อร์ พวกเราลงจากรถก่อนเถอะ”
พูดจบก็ลงจากรถทันที
หลินหว่านเอ๋อร์ได้แต่เดินตามลงไป
ทว่าในใจกลับอดสงสัยไม่ได้
เสียงในโทรศัพท์เธอไม่มีทางจำผิด อีกทั้งอีกฝ่ายก็แซ่เฉิน อายุไล่เลี่ยกับเธอด้วย
คนนั้นต้องเป็นเฉินโม่แน่
แต่เจ้าเฉินโม่สารเลวนั่นไปเกี่ยวข้องกับคุณปู่ได้ยังไง?
แถมในโทรศัพท์คุณปู่ยังเรียกเขาว่าอาจารย์ ทั้งยังให้ความเคารพเขามาก
สวรรค์!
หมอนั่นเป็นใครกันแน่!
เส้นสายช่างใหญ่โตเหลือเกิน!
หลังสองปู่หลานลงจากรถ ก็ประจวบเหมาะกับตอนที่เฉินโม่เปิดประตูบ้านออกมา
พอเห็นเฉินโม่ หลินหว่านเอ๋อร์ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เป็นหมอนี่จริง ๆ ด้วย
ส่วนหลินชางไห่กลับยิ้มแล้วเดินเข้าไปต้อนรับ
“อาจารย์ สวัสดีตอนค่ำครับ”
“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น”
เฉินโม่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ สายตาหยุดอยู่ที่หลินหว่านเอ๋อร์ครู่หนึ่ง
ไม่คิดเลยว่าหลินชางไห่จะพายัยหนูนี่มาด้วย
หลินชางไห่ยิ้ม ก่อนหันไปมองหลินหว่านเอ๋อร์ “อาจารย์ นี่คือหลานสาวของผม ชื่อหว่านเอ๋อร์ครับ”
พูดจบก็หันไปบอกหลินหว่านเอ๋อร์ว่า “หว่านเอ๋อร์ ยืนเหม่ออะไรอยู่? นี่คือผู้อาวุโสที่ปู่เล่าให้ฟัง เรียกท่านปู่ทวดสิ”
“คุณปู่ หนู...”
หลินหว่านเอ๋อร์เม้มริมฝีปากแดงระเรื่อ ถ้าเป็นคนอื่น เธอคงเรียกออกมาได้
แต่ดันเป็นเฉินโม่
จะให้เธอเรียกเฉินโม่ว่าท่านปู่ทวดหรือ?
เธอทำใจเรียกไม่ลงจริง ๆ
“เป็นใบ้หรือไง? เรียกสิ!”
