ถงชุนจิ่งมองห้องที่รกเละเทะของถงฮว่าอย่างตกตะลึง สีหน้าจึงอดกระอักกระอ่วนขึ้นมาไม่ได้
“ขอโทษนะฮว่าฮว่า ฉันทำแรงไปหรือเปล่า? ให้ฉันช่วยเก็บกวาดดีไหม อย่าโกรธฉันเลยนะ” ใบหน้าเล็ก ๆ ของข่งมี่เสวี่ยซีดขาว ดวงตากระจ่างใสชวนมองหดวูบลงเล็กน้อย ราวกับกังวลมากว่าถงฮว่าจะโกรธเธอ
กู้จินเยว่รีบพูดว่า “ฉันช่วยเก็บของให้เธอด้วยนะ!”
ถงฮว่ามองพวกเขาด้วยแววตาเยาะหยัน “ของที่ถูกของสกปรกแตะต้อง ฉันต้องเอาไปลวกไปล้าง ไล่โชคร้ายออกให้หมด”
ข่งมี่เสวี่ยเม้มปาก “ฮว่าฮว่า พูดแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ?”
ถงฮว่ากระชากผมเธอ แล้วตบฉาด ๆ สองที ข่งมี่เสวี่ยไม่ทันตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย!
กู้จินเยว่ตกตะลึงสุดขีด พวกเธอเป็นเพื่อนรักกันแท้ ๆ ทำไมถงฮว่าถึงทำกับมี่เสวี่ยแบบนี้ได้?
ก่อนหน้านี้พอได้ยินมี่เสวี่ยบอกว่าถงฮว่าตบเธอ กู้จินเยว่ยังรู้สึกไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง เขารู้ดีว่าถงฮว่าดีกับมี่เสวี่ยมากแค่ไหน
แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า กู้จินเยว่ก็จำต้องเชื่อว่าถงฮว่าลงมือทำร้ายมี่เสวี่ยอย่างรุนแรงจริง ๆ
กู้ซือคว้าข้อมือที่กู้จินเยว่ยื่นเข้ามาไว้ แววตาเย็นเยียบ “ถ้าไม่อยากให้ฉันสับกรงเล็บแกทิ้ง ก็อยู่นิ่ง ๆ!”
กู้จินเยว่ใจวูบ “แต่เธอ...”
กู้ซือปล่อยมือเขา “มีให้เลือกสองทาง ทางแรก ปล่อยให้เธอระบายความแค้นจนพอแล้วก็จบกัน ทางที่สอง ถ้าจงใจแก้แค้น ใส่ร้าย และปล่อยข่าวเท็จ ก็จับตามกฎหมาย”
รูม่านตาของกู้จินเยว่หดเล็กลงฉับพลัน เขารีบอธิบายอย่างร้อนรน “อารอง! กระเป๋าสตางค์ของมี่เสวี่ยหายไปจริง ๆ เงินข้างในเป็นเงินของผม...”
