กู้ซือแอบเอาอิฐในมือวางกลับไปอย่างเงียบ ๆ
“พ่อ!”
เสียงแสบแก้วหูเหลือเกิน ซูเฉวียนขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
“จะไปทำงานเหรอ?”
กู้ซือพยักหน้า “ไม่อย่างนั้นพ่อไปอยู่เป็นเพื่อนถงฮว่าที่บ้านไหมครับ?”
ซูเฉวียนถาม “คุณบอกเธอแล้วเหรอว่าผมเจอคุณ?”
กู้ซือพยักหน้าอีกครั้ง
ซูเฉวียนถาม “แล้วบอกเธอหรือยังว่ามีคนคิดจะฆ่าคุณ?”
กู้ซือชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า
ซูเฉวียนขมวดคิ้ว “ทำไมไม่บอกเธอ?”
“ผมกลัวเธอเป็นห่วงครับ”
ซูเฉวียนเอ่ยอย่างโมโห “คุณกลัวเธอเป็นห่วง แต่ไม่กลัวว่าเธอจะเกิดเรื่องหรือไง?”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าคนที่คิดเอาชีวิตคุณจะไม่พัวพันถึงครอบครัว?”
“ไม่รีบบอกให้เธอระวังตัว แล้วยังปิดบังเธออีก?”
กู้ซือรีบอธิบาย “ผมตั้งใจจะรอดูผลการสืบสวนของตำรวจครับ
ถ้าตำรวจสืบไม่ได้เบาะแสอะไร ผมจะบอกเธอแน่นอน”
ซูเฉวียนยังไม่พอใจ พูดอย่างดูแคลน “ผมจะชี้ทางให้คุณสักทาง”
ดวงตากู้ซือเป็นประกายขึ้นมา
ซูเฉวียนมองเขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ตอนนี้เชื่อคำพูดผมแล้วหรือ?”
กู้ซือมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เอ่ยอย่างนอบน้อมว่า
“พ่อครับ ผมเป็นกบในกะลา มองคนเก่งไม่ออกจริง ๆ”
ซูเฉวียนเชิดหน้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ปฏิบัติต่อกู้ซืออย่างเย็นชาไม่ใส่ใจ
“ผมช่วยคุณก็เพราะเห็นแก่ลูกสาวผม”
