หวังไกุ้เหรินไม่เคยเห็นถงต้าหลายอยู่ในสายตา และไม่สนด้วยว่าถงต้าหลายจะมีคำตำหนิเขาหรือไม่
ถงต้าหลายหลุบตาลง มือที่วางอยู่บนเข่ากำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แววตาเต็มไปด้วยความหม่นหมอง
เพราะอย่างนั้นเขาถงต้าหลายถึงได้เป็นแพะรับบาปสินะ! ปล่อยให้พี่น้องคู่นั้นวางแผนใส่เขาตามใจชอบหรือไง?
หวังฟางไม่คิดว่าตัวเองทำผิด และไม่คิดว่าตัวเองโง่เขลา
ตอนนี้เธอแค่เสียใจที่ไม่ได้อธิบายให้ลูกชายฟังให้ชัด จนพวกเขาเกิดความคิดที่ไม่ควรมีขึ้นมา
เมื่อคิดถึงลูกชายคนที่สี่ซึ่งยังหาไม่พบ หวังฟางก็รู้สึกทุกข์ใจอย่างบอกไม่ถูก
“กุยเหริน ตอนนี้ฉันก็เป็นแบบนี้แล้ว อย่ามาสั่งสอนฉันอีกเลย” หวังฟางพูดอย่างน้อยใจ
ใบหน้าหม่นหมองของหวังไกุ้เหรินมีแววอำมหิตวาบผ่าน
พี่สาวคนโตไม่ได้บอกเขาว่าข่งมี่เสวี่ยเป็นใคร ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อใจเขา ก็เพราะอยากเก็บผลประโยชน์นี้ไว้คนเดียว
หวังฟางรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ครอบครัวของเธอก็ทุกข์ระทมถึงเพียงนี้แล้ว
เขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเธอ ยังจะมาโทษเธออีกหรือ?
“กุยเหริน ถงฮว่าไม่ใช่ลูกสาวของฉัน เรื่องที่คุณรับถงฮว่าเป็นลูกบุญธรรมก็เป็นโมฆะ!”
“เสวี่ยเอ๋อร์ต่างหากที่เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของคุณ ให้เธอเป็นลูกบุญธรรมของคุณเถอะ!”
ระหว่างทางกลับ หวังฟางคิดเรื่องนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว
ในเมื่อเสวี่ยเอ๋อร์เป็นลูกสาวของซูฉี่ไม่ได้ ก็ให้เธอเป็นลูกสาวบุญธรรมของน้องชายแทน
หวังไกุ้เหรินข่มความหงุดหงิดเอาไว้ “ถงฮว่าเป็นลูกบุญธรรมของผมแล้ว แถมย้ายทะเบียนบ้านเรียบร้อย จะมาบอกว่าเป็นโมฆะกันง่าย ๆ ได้ยังไง?”
