หลังงานเลี้ยงฉลองแต่งงาน ทุกคนช่วยกันเก็บกวาด
นำโต๊ะกับชามตะเกียบที่ยืมมาจากคนในหมู่บ้านไปคืน
ส่วนอาหารที่เหลือ...
เดิมทีก็คิดไว้ว่าตอนเอาของไปคืน จะนำอาหารจากงานเลี้ยงไปมอบให้เป็นการขอบคุณด้วย
แต่ในงานเลี้ยง นอกจากผักดองแล้ว ของในชามกับในหม้อก็ถูกกินจนเกลี้ยง
ไม่มีอาหารเหลือเลยสักนิด!
สุดท้ายจึงทำได้แค่นำลูกอมมงคลไปให้แทนคำขอบคุณ
ลูกอมมงคลพวกนั้นเป็นถงชุนจิ่งที่หาทางเอาคูปองน้ำตาลไปแลกซื้อมา ส่วนกู้จินเยว่ไม่สนใจเรื่องนี้เลยสักนิด
กำหนดการแต่งงานกระชั้นชิดเกินไป ข่งมี่เสวี่ยกับกู้จินเยว่จึงยังไม่มีห้องเป็นของตัวเอง
พูดอีกอย่างก็คือ หลังแต่งงานแล้ว ทั้งคู่ก็ยังต้องแยกกันอยู่ไปก่อน
กู้จินเยว่แทบอยากแยกกันอยู่ใจจะขาด จึงไม่คิดจะยุ่งเรื่องนี้
แต่ข่งมี่เสวี่ยกลับไปถามคนในหมู่บ้านว่าบ้านไหนมีห้องแยกให้เช่าบ้าง
ข่งมี่เสวี่ยไม่สะดวกนับเงินสินสอดในห้องของตัวเอง
เธอจึงย้ายซองแดงทั้งหมดไปไว้ในห้องของกู้จินเยว่
เยาวชนมีการศึกษาที่จุดพักมาจากสารทิศ
บางคนฐานะดีหน่อย บางคนฐานะยากจนกว่า จำนวนเงินในซองแดงจึงแตกต่างกันไป
ข่งมี่เสวี่ยแกะซองแดงที่ใส่เงินสินสอดออกมาหลายซอง สีหน้าก็ค่อย ๆ ย่ำแย่ลง
คนพวกนี้ก็เกินไปหน่อยไหม?
ห้าสิบสตางค์ยังพอว่า แต่นี่แค่สิบหรือยี่สิบสตางค์ก็ยังกล้าให้มาอีกเหรอ?
“คนพวกนี้เป็นอะไรกัน!” ข่งมี่เสวี่ยขุ่นเคือง “ดูถูกใครอยู่ เงินแค่นี้ยังกล้าเอามาให้ได้อีกเหรอ?”
